HomeView All Posts (Page 10)

View All Posts

ทริปลอนดอนที่ผ่านมา เราปักหมุด Bao เป็นหนึ่งในร้านที่อยากไปมาก ๆ ด้วยความที่ร้านมีหลายสาขา เราก็กะว่าจะเลือกไปสาขาใดสาขาหนึ่งเพื่อลองให้รู้รสเฉย ๆ แต่กลายเป็นว่าดีจนต้องกลับไปซ้ำอีกสาขา! สำหรับใครที่เพิ่งเคยได้ยินชื่อร้านนี้เป็นครั้งแรก Bao เป็นร้านอาหารเอเชียที่มีเมนูชูโรงคือ แซนด์วิชซาลาเปาสไตล์ไต้หวันใส่ไส้ต่าง ๆ เปิดทำการที่ลอนดอนครั้งแรกเมื่อปี 2013 และได้รับการตอบรับดีมากจนตอนนี้มีถึง 3 สาขา กับหนึ่งคีออส (แถมคลอดร้านพี่น้องออกมาอีกแบรนด์) แม้ร้านจะไม่รับจองโต๊ะ และต้องมาต่อคิวหน้าร้านเท่านั้น ประชากรชาวลอนดอนและนักท่องเที่ยวอย่างเรา ๆ ก็พร้อมใจกันไปต่อแถวยาวหางว่าวเพื่อให้ได้ชิม สาขาแรกที่ไปกินก็คือ Bao Soho เป็นร้านเล็ก ๆ ใน ย่าน Soho เราไปถึงตอนร้านใกล้ปิดแล้ว แต่ยังมีคิวอยู่อีกสองสามคิว (เรากลัวจะอดนั่นเอง) แต่พนักงานก็แค่นับคนแล้วให้เรายืนรอ สักพักก็ได้โต๊ะ ไม่นานเลย โชคดีมาก! ที่สาขานี้เป็นร้านเล็กๆ ตกแต่งด้วยเฟอรนิเจอร์ไม้ คุมโทนสีอุ่นๆ เหมือนร้านอาหารเอเชีย มีบาร์ตรงกลาง พร้อมที่นั่งรอบๆบาร์ และโต๊ะเล็กๆ

Read More

จิบค็อกเทลฉบับนักทดลอง ของคู่บาร์เทนเดอร์และยอดฝีมือจากหลายวงการ ทั้งหมึกปากกาจากวิสกี้ ที่รองแก้วที่มีกลิ่น-ลายเฉพาะตัว และเหงือกปลาเก๋าตุ๋น งานนี้มีทั้งศิลปิน นักวาดภาพประกอบ นักเขียน ไปจนถึงนักตกปลา ที่รับรองว่าความคิดสร้างสรรค์ไม่มีใครยอมใคร! จากภาพจำที่เรามี วิสกี้เป็นเครื่องดื่มที่สุขุม นุ่มลึก มีมาดนิด ๆ และก็ออกจะโบราณหน่อย ๆ แต่พอได้รู้เกี่ยวกับการแข่งขันของ Glenfiddich แบรนด์วิสกี้เก่าแก่จากสก็อตแลนด์ เราก็นึกชื่นชมที่เขาคิดฉีกภาพเก่า ๆ เหล่านี้ไปด้วยอะไรที่ต่างออกไปแบบสุดขั้ว World's Most Experimental Bartender 2019 เป็นการแข่งขันค็อกเทลที่ชวนบาร์เทนเดอร์ให้จับคู่กับคนเก่งในสายอื่น เพื่อทดลองทำสิ่งใหม่ ๆ โดยชื่อการแข่งขันก็บอกว่าเฟ้นหาคนที่พร้อมจะทดลองไปให้สุดที่สุด มันก็เลยตื่นเต้นตรงนี้ รอบชิงของการแข่งขันรอบประเทศไทยครั้งนี้ มีเดิมพันคือคู่ที่ชนะจะได้บินไปแข่งที่สกอตแลนด์ ในการแข่งระดับโลก เรามาดูกันว่า 4 ทีมที่เข้ารอบสุดท้ายเขาทำอะไรมาแข่งกันบ้าง #DeepSeaต้น-พงศ์ภัค สุทธิพงศ์ กับ ตั้ม-ณฐกร แจ้งเร็ว เป็นคู่แรกที่เราเจอว่าจับคู่กันก็อ้าปากค้าง เพราะนอกจากทั้งคู่จะเป็นเจ้าของร้านอาหาร (ต้นเป็นเจ้าของร้านอาหารอิตาเลียน Sorrento Sathorn ส่วนตั้มเป็นเจ้าของร้าน Vapor และ Kaijin 海神 ไคจิน) ก็ยังมีดีกรีระดับแชมป์บาร์เทนเดอร์รายการเวิลด์คลาสกันมาทั้งคู่ แต่ครั้งนี้ ตั้มมาในฐานะนักตกปลา ที่พาปลาเก๋าตกเองตัวยักษ์มาจับคู่กับค็อกเทลของต้นที่จัดหนักถึงสามตัว

Read More

พอพี่ ๆ Eattaku เจ้าของพ็อกเก็ตบุ๊ก Tokyo Cafe Guide บอกเราว่า Kurasuร้านกาแฟจากเกียวโตจะมาเปิดในกรุงเทพฯ (มาแบบเงียบ ๆ แต่มาเร็วแซงเจ้าใหญ่อย่าง % Arabica ที่ยังต้องรออีกหลายเดือน) เราก็เลยยกมือขอตามไปด้วยตั้งแต่เช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา วันเปิดร้านวันแรกเลย! นอกจากกาแฟที่มีทั้งเมล็ดเบลนด์ของร้าน และซิงเกิลออริจิน (เอสเพรสโซเริ่มที่ 100 บาท ส่วนดริปเริ่มที่ 120 บาท) ก็ยังมีสิ่งอื่น ๆ ที่ร้านทำดีจนเราประทับใจ ทั้งมัตฉะที่เลือกของ Morihan จากแหล่งมัตฉะอย่าง Uji ในเมืองเกียวโต และช็อกโกแลตที่เลือกใช้ของไทยจากแบรนด์ Shabar เราชิมช็อกโกแลตเย็น (130 บาท) ที่ออกกลิ่นหอมหวานอมเปรี้ยวของช็อกโกแลตชัด แต่รสเบาละมุนออกไปทางนมมากกว่า แถมขนมปังที่เสิร์ฟในร้าน แม้จะขายเป็นโทสต์กับถั่วแดงกวนและเนยแบบญี่ปุ่น ๆ (130 บาท) แต่ก็เลือกใช้ร้านขนมปังที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลกันอย่าง Salee Bakehouse แน่นอนว่าแค่ความใส่ใจในการเลือกวัตถุดิบเจ้าดี ๆ เจ้าโปรดของเราเหล่านี้ก็ได้ใจเราไปเลยตั้งแต่ยังไม่ชิมอะไรสักอย่าง ส่วนที่ไม่ใช่ของกินก็ยังมีเรื่องให้พูดถึง ตั้งแต่เมนูสองภาษาอังกฤษ-ญี่ปุ่น ที่วางเลย์เอาต์มาแบบเรียบ ๆ แต่มีสัญลักษณ์ช่วยให้ดูง่าย

Read More

[ร้านปิดแล้ว] ร้านน่ารักที่จับอาหารคุ้นเคยหลากวัฒนธรรมมาทำให้อร่อยและสนุก ใครชอบกิน bao อย่าพลาดเปาทอดกรอบชิ้นพอดีคำ มากับเนื้อเป็ดฉีกฉ่ำ ๆ ราดซอสพริกรสตัดกันนิด ๆ เราเรียกสิ่งนี้ว่า perfect combination!- จะว่าเราตามเชฟนิก-กฤษฏา จินตกานนท์ มาก็ไม่ผิดนัก เพราะเราได้ชิมฝีมือเชฟหนุ่มคนนี้มาตั้งแต่ร้าน Shuffle สมัยอยู่ที่ Rain Hill จนไปเปิดร้านใหม่ในชื่อ White Shuffle ที่ Central East Ville ก่อนพาย้ายกลับมาอยู่ Seen Space สักพัก และล่าสุดขยับซอยอีกหน่อยมาที่ร้าน San แต่ครั้งนี้เชฟนิกไม่ได้มาคนเดียว ยังมีเชฟแนน-สุภรา จินตกานนท์ และเชฟ Jacob Bowser มาเพิ่มมิติของรสชาติให้กับอาหารที่นี่ด้วย สเปซเล็ก ๆ ของร้านจัดไว้อย่างน่ารัก ตั้งแต่โซนติดกระจกด้านหน้าเปิดให้แสงธรรมชาติเข้ามาขับสีอาหารให้สวยเด้ง ก่อนจะถึงเคาน์เตอร์ครัวตัวยาวให้เรานั่งกินไปดูบรรดาเชฟทำอาหารไปได้พร้อมกัน แน่นอนว่าถ้ามาช่วงเช้า มุมโปรดเราคือฝั่งหน้าร้านเลย เพราะมีเชฟสามคน

Read More

  ตอนออกมาจากโรง เราคุยกันกับเพื่อน ๆ ที่ไปดูด้วยกันแล้วพบว่า คนที่เป็นแฟนฮาร์ดคอร์ที่สุดของ ฟินเซนต์ ฟัน โคค หรือ “แวนโก๊ะ” เป็นคนที่ชอบหนังเรื่องนี้น้อยที่สุด ส่วนเราที่ชอบงานแวะโก๊ะแต่ไม่ค่อยรู้เรื่องของเขา รู้สึกตรงจริตประมาณนึง ด้วยความโดดเด่นทั้งในฐานะศิลปินและมนุษย์ที่มีชีวิตที่น่าสนใจคนหนึ่ง เราไม่แปลกใจเลยที่ตอนนี้จะมีหนังเกี่ยวกับแวนโก๊ะเกือบสิบเรื่องแล้ว ในหนังเวอร์ชันของ Paul Cox ผู้กำกับชาวออสเตรเลียเรื่องนี้ เขาพาเราไป “ฟัง” ความคิดและความรู้สึกของแวนโก๊ะ ทำความเข้าใจชีวิตและผลงานของเขาเพิ่มขึ้นอีกนิด ผ่านการอ่านจดหมายที่เขาเขียนถึง Theo น้องชายและผู้สนับสนุนเบอร์หนึ่งของเขา หนังเรื่องนี้มีดีกรีฉายในนิวยอร์กถึงสองปีเลยทีเดียว เนื้อเรื่องพูดถึงชีวิตของแวนโก๊ะตั้งแต่ก่อนช่วงเข้าสู่การเป็นศิลปินอย่างเต็มตัว พูดถึงความเชื่อ ความผิดหวัง ความมุ่งมั่น ไปจนถึงความผิดปกติทางจิตของเขา พร้อมกับพูดถึงการทำงานและการเดินทางไปปักหลักแต่ละที่ ผู้คนและธรรมชาติที่เขาพบเห็น ไล่ไปจนถึงช่วงวาระสุดท้ายของชีวิตของศิลปินคนนี้ ในฐานะคนที่ชื่นชอบศิลปะของแวนโก๊ะ แต่ไม่เคยสืบค้นประวัติของเขา เราชอบวิธีการเล่าเรื่องของหนังที่นำการอ่านจดหมายมาดำเนินเรื่อง พูดถึงเรื่องจากฝั่งแวนโก๊ะในแบบที่ปราศจากการเติมแต่งจากการเขียนบท เป็นการเล่าผ่านคำพูดของเขาเองตรง ๆ เพียงแต่เราไม่ได้ชอบภาพที่นำมาประกอบเรื่องเท่าไรนัก ในหนังพยายามนำซีนธรรมชาติ เมือง ผู้คนที่หน้าตาใกล้เคียงกับที่แวนโก๊ะบรรยายไว้มาประกอบ เพื่อนเราคนหนึ่งพูดขึ้นมาว่า “แวนโก๊ะเขาซึมเศร้าใช่ไหม และหนังก็เอาเราเข้าไปอยู่ในหัวของเขาแบบฮาร์ดคอเข้มข้น ชนิดที่เอาความทุกข์สิบปีมาไว้ในสองชั่วโมง” พอเรื่องมันไม่สบายหัว

Read More

เราเคยไป Kay’s ที่ซอยรางน้ำเมื่อสองสามปีมาแล้วตอนร้านเปิดใหม่ ๆ มารู้ข่าวอีกทีก็เห็นไปเปิดป๊อปอัพที่นิวยอร์กได้สักพัก กันความจี๊ดจ๊าดของแบรนด์ที่มีลูกเล่นมากขึ้น กับความจริงจังเรื่องเฟรนช์โทสต์ที่ไปไกลกว่าเดิม จนล่าสุดก็มาเปิดสาขาใน Open House เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ที่เราไปถึงแล้วตะลึงตั้งแต่ความเริ่ดของดอกไม้สีชมพูที่ทำให้ร้านเด่นสุดในชั้น นอกจากนี้ยังมีป้ายไฟติดไว้บนกระจกทำให้นอกจากหาง่ายแล้วยังเป็นมุมสวยเก๋ปังสุดในฟลอร์ไปเล้ย ส่วนอาหารแน่นอนว่ามาถึงก็ต้องสั่งเฟรนช์โทสต์แหละ แต่ช่วงนี้มีเมนูพิเศษ เป็น Truffle Hangover French Toasts (350 บาท) นึกภาพขนมปังบริยอชนุ่ม ๆ ชุ่มคัสตาร์ด กรอบนอกนุ่มในเนื้อเบา ออกหวานนิด ๆ มาปะทะกับความคาวของไข่คนนุ่ม ๆ โปะชีสละลาย ด้านในยังมีเห็ดกับผักร็อกเก็ต ปิดท้ายด้วยทรัฟเฟิลฝานสด ๆ อบอวลด้วยกลิ่นน้ำมันทรัฟเฟิลราดมาด้านบน จานนี้ใครเป็นสาย savory-sweet คือเข้าทาง บอกเลย อีกจานที่อยู่ในเมนูพิเศษเหมือนกันคือ Truffle Egg Benny (350 บาท) เอ้กเบเนดิกต์ที่เรียงชั้นจากขนมปังมัฟฟิน

Read More

ชวนทำความรู้จักกับ Dieter Rams ดีไซเนอร์สินค้าคอนซูเมอร์สายมินิมัลชาวเยอรมันที่พูดน้อยต่อยหนัก สร้างสินค้าที่ฉีกกฎความหรูเวิ่นเว้อด้วยดีไซน์เรียบง่ายจนประธานฝ่ายออกแบบของ Apple ยังยกให้เป็นไอดอล ใครที่ชอบงานออกแบบสไตล์มินิมัล ช่วงนี้เราอยากแนะนำ​โปรแกรมหนังดีๆ ว่าด้วยเรื่องดีไซน์อย่าง Rams สารคดีเรื่องราวชีวิต แนวคิด และการออกแบบของ Dieter Rams นักออกแบบผลิตภัณฑ์ชาวเยอรมันที่ฉีกกฎการดีไซน์ข้าวของเครื่องใช้ในบ้านซึ่งเคยถูกมองว่าเป็นเครื่องแสดงความหรูหราให้ตอบโจทย์เรื่องฟังก์ชั่นการใช้งานพร้อมรูปลักษณ์ที่เรียบง่าย พร้อมสโลแกน “Less but Better”  หนังเรื่องนี้เป็นผลงานกำกับของ Gary Hustwit ผู้กำกับที่ตัดสินใจขอระดมทุนในเว็บ Kickstarter เพื่อสร้างหนังสารคดีเรื่องนี้ ซึ่งเราก็ขอสารภาพว่าก่อนหน้านี้เราก็ไม่ได้รู้จักรามส์มากนัก แต่การได้ดูหนังทำให้เราค่อยๆ ทึ่งกับความเป็นตัวตนของดีไซเนอร์วัย 86 ปีรายนี้ที่ออกแบบรูปลักษณ์สินค้าดีไซน์ล้ำจากยุคที่เขาเริ่มต้นการทำงานเหลือเกิน  หลังรอดชีวิตจากสงครามโลกครั้งที่ 2 รามส์ก็เติบโตมาด้วยความฝันอยากเป็นสถาปนิกแต่มีโอกาสได้รับการทาบทามให้ลองมาเป็นนักออกแบบผลิตภัณฑ์สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านของ Bruan บริษัทผลิตเครื่องใช้ภายในบ้านที่ต่อมาสร้างชื่อเสียงในเรื่องการออกแบบ เพราะสองพี่น้องเจ้าของบริษัทจริงจังกับการออกแบบผลิตภัณฑ์จนถึงกับตั้งแผนกดีไซน์ และทำงานร่วมกับ Ulm School of Design ในเยอรมันเพื่อออกแบบสินค้าสไตล์โมเดิร์น เน้นการใช้งานและผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้าด้วยกัน พร้อมแต่งตั้งให้รามส์เป็นหัวหน้าฝ่ายออกแบบของ Bruan เราทึ่งกับวิสัยทัศน์ของรามส์ที่เลือกขบถกับแนวคิดเดิมๆ

Read More

ข้ามเจ้าพระยาไปจิบน้ำชายามบ่ายที่รวมทั้งชา ขนม ศิลปะ และเทคโนโลยี AR เข้าด้วยกัน จิบน้ำชายามบ่ายพร้อม AR ที่พาเราไปเข้าป่าหิมพานต์ ชมดอกไม้ในวรรณคดี และฟังเสียงคำรามจากราชสีห์ที่ส่งเสียงคำรามดังไกลไปสามโยชน์ นอกจากเจริญกรุงจะคึกคักแล้วจากการที่ร้านรวงมาเปิดกันแทบทุกเดือน​ ข้ามฝั่งแม่น้ำมาถนนเจริญนครก็มีอะไรให้เราได้มาอัพเดทด้วยเหมือนกัน อย่างเช่นกิจกรรมล่าสุดจากโรงแรม Peninsula Bangkok ที่เปิดตัว Triple A: Afternoon Tea, Art, AR เทคโนโลยี ที่จับศิลปะในจินตนาการมาผสมกับศิลปะบนจานขนม ไม่ใช่จะเห็นบ่อยที่โรงแรมใหญ่ ๆ จะขยับมาเล่นอะไรล้ำ ๆ กับเทคโนโลยี แต่ไม่ใช่กับโรงแรมเพนินซูลา กรุงเทพฯ ที่คราวนี้เลือกทำอะไรที่แตกต่างด้วยการนำเทคโนโลยี AR (Augmented Reality) มาใส่ในเซ็ตขนมหวานอย่างชุดน้ำชายามบ่ายที่ไม่ได้ออกแบบธรรมดา แต่ยังเป็นการชวน นัส-พิชญา โอสถเจริญผล นักออกแบบสาวที่เคยทำงานกับแบรนด์ Disaya ซึ่งตอนนี้หันมาทำงาน AR เพื่อต่อยอดจินตนาการของเธอมากขึ้น สำหรับคนที่ยังข้องใจว่า AR (augmented reality)

Read More

ปลายเดือนมิถุนาวนมา เราก็ออก bar hopping ดื่มเนโกรนีอีกครั้ง ปีนี้พิเศษกว่าครั้งอื่น เพราะดริงก์คลาสสิกตัวนี้มีอายุครบ 100 ปีพอดี!- เผื่อใครยังไม่รู้จัก เราขอเกริ่นสักหน่อย ว่า Negroni เป็นหนึ่งในค็อกเทลคลาสสิก ที่มีต้นกำเนิดจากอิตาลี (เมื่อ 100 ปีที่แล้ว!) มีส่วนผสมแค่สามอย่าง คือจิน เวอร์มุธ และคัมปารี อย่างละส่วน ผสมใส่แก้วโอลด์แฟชัน แต่งด้วยผิวส้มหนึ่งสไลซ์ ส่วน Negroni Week เป็นอีเวนต์ที่แบรนด์ Campari หนึ่งในส่วนผสมหลักในเนโกรนีชวนบาร์ต่าง ๆ มา ร่วมกันทำเพื่อสังคม ด้วยการบริจาคเงินส่วนหนึ่งจากการเสิร์ฟเนโกรนีหรือค็อกเทลจากคัมปารีให้กับมูลนิธิหรือองค์กรการกุศลที่อยากสนับสนุน ครั้งนี้เราไปบาร์ฮอปปิงในทองหล่อมา 4 ร้านรวด โดยแต่ละร้านก็มีค็อกเทลพิเศษของตัวเอง นอกจากเนโกรนีแบบคลาสสิกด้วย เริ่มที่ Rabbit Hole แล้วข้ามไป Black Amber ขึ้นไปต่อที่ 008

Read More

ไม่ใช่ prime cut ไม่ใช่ปัญหา เพราะว่า Mustmeat จัดการได้ ทั้งทำแฮมเนื้อเอง ย่างถ่าน รมควัน จะกินเนื้อล้วน ๆ เป็นสเต็ก หรือจะมาเป็นอาหารจานเดียวก็มีให้ แถมมีขายทุกส่วนยันสมอง!- เพราะว่าลงทุนไปศึกษาเรื่องสายพันธุ์วัวที่เพาะในไทยถึงที่ฟาร์ม เจาะจงสูตรอาหารกับวิธีการเลี้ยงดูสำหรับวัวทุกตัวที่จะซื้อเข้ามาที่ร้าน เจ้าของร้านอย่างคุณสตีเวนย่อมไม่พลาดที่จะเอาวัวทุกตัวมาใช้ให้เป็นประโยชน์ที่สุด หลังจากทำให้ Nineteens Up และ Seii Shabu And Sushi เป็นแหล่งแฮงก์เอาต์ยอดนนิยมของชาวสีลมไปก่อนหน้านี้แล้ว ทีมงานคุณภาพทีมนี้ก็ขยายความแรงมาเปิดตัวร้านเนื้อน้องใหม่ในคอมมูนิตี้มอลกลางเมืองอย่างบ้านสีลม แค่การตกแต่งร้านก็เห็นความจัดจ้านของสีสัน ตั้งแต่ผนังสีแดงสด กับไฟนีออนดัดเป็นรูปเนื้อส่วนต่าง ๆ ตกแต่งบนเพดาน ไฟร้านที่เน้นความตัดกันของสีน้ำเงินและแดง ไปจนถึงตู้แช่ขนาดใหญ่ ที่มีเนื้อวางเอจไว้อย่างแน่น โดยเนื้อส่วนใหญ่ของร้านจะเอจประมาณ 30-45 วัน ข้าง ๆ ตู้เอจเนื้อมีเคาน์เตอร์ที่แช่เนื้อที่ตัดเป็นชิ้นไว้ ให้เราเลือกได้ทั้งเนื้อไทย และเนื้อนำเข้า ที่ตัดแต่งมาอย่างสวยงามพร้อมนำไปทำเป็นสเต็ก แบบจะย่างกินที่ร้านหรือเอากลับบ้านไปทำเองก็สบาย แต่มาถึงขนาดนี้แล้ว เราก็ไม่รอช้า

Read More