June 2020

หมดหน้าหนาว เข้าหน้าร้อน อาจจะเห็นคนไปทะเลกันเยอะขึ้น แต่รอบนี้เราอยากแนะนำให้ทุกคนมุ่งหน้าขึ้นเขาเพื่อไปสัมผัสกับวิวแปลกตาที่ดูแล้วอย่างกับไม่ใช่เมืองไทย ที่ที่ว่าก็คืออ่างเก็บน้ำตอนบนโรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา บนเขายายเที่ยง อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ที่ตอนนี้เป็นบ้านใหม่ของกังหันลมไฟฟ้าที่ได้ชื่อว่าใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ด้วยความสูงถึง 68 เมตร พร้อมใบพัดขนาดยักษ์ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางอีก 60 เมตร สิ่งที่ทำให้เราว้าวกับที่นี่คือการได้มีโอกาสชมกังหันลมอย่างใกล้ชิดบนสันเขื่อนที่กว้างสุดลูกหูลูกตา มองไปทางทิศตะวันตกเป็นอ่างเก็บน้ำของเขื่อนลำตะคองที่สามารถเก็บน้ำได้มากถึง 10 ล้านลูกบาศก์เมตร ได้ชื่อว่าเป็นเขื่อนลอยฟ้าเพราะอยู่บนยอดเขา ขณะที่ตัวเขื่อนเองก็มีความเป็นที่สุดในตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นโรงไฟฟ้าใต้ดินแห่งแรกของเมืองไทย และมีอุโมงค์มากมายถึง 15 อุโมงค์ นับความยาวรวมได้ถึง 9 กิโลเมตร มาถึงที่นี่บอกเลยว่ากิจกรรมที่ห้ามพลาดคือปั่นจักรยานเที่ยวรอบสันเขื่อน สัมผัสความกว้างใหญ่ของตัวเขื่อน และความมหึมาของกังหันลมแต่ละตัวอย่างใกล้ชิด โดยเสียค่าเช่าที่ร้านบนสันเขื่อนเพียงคันละ 40 บาทเท่านั้นถ้าอยากให้ฟินสุดเราแนะนำให้ขึ้นไปช่วงบ่ายแก่ๆ และนั่งดูพระอาทิตย์ตกที่ปลายเขื่อน มองเห็นแสงสีทองสะท้อนผืนน้ำ รายล้อมด้วยทิวเขาสวยๆ ที่ทำให้เราลืมเวลาไปเลย แต่ทำไมกังหันลมถึงได้มาโผล่ในสถานที่ซึ่งดูแล้วไม่น่าจะมีลมพัดผ่านฉิวเหมือนริมทะเล หรือยอดเขาที่สูงกว่านี้? ผลการศึกษาเรื่องพลังงานลมพบว่า พื้นที่บริเวณเขายายเที่ยงเป็นพื้นที่ที่มีพลังลมดีที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย โดยจะมีลมพัดผ่านเกือบตลอดทั้งปี โดยเฉพาะใน 2 ช่วงสำคัญนั่นคือ ช่วงเดือนพฤศจิกายน ถึงปลายเดือนมีนาคม ที่จะมีลมมรสุมพัดจากตะวันออกเฉียงเหนือลงมา ต่อจากนั้นในเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนตุลาคมก็จะเป็นลมมรสุมจากตะวันตกเฉียงใต้พัดขึ้นมาทั้งหมดนี้เกิดขึ้นที่ความสูงจากระดับน้ำทะเลเพียง 650

Read More

ถ้าเป็นปีอื่น ช่วงนี้เราน่าจะกำลังเห็นความคึกคักของ Negroni Week แคมเปญดื่มเพื่อบริจาคเงินช่วยองค์กรการสาธารณประโยชน์ต่าง ๆ ที่แบรนด์เครื่องดื่มส่วนผสมหลักของดริงก์คลาสสิกนี้เป็นตัวตั้งตัวตีเริ่มทำมาหลายปี โดยทั้งบาร์และผู้บริโภคอย่างเราก็มีส่วนร่วมง่าย ๆ กับทุกแก้วของเนโกรนีที่เราสั่ง ร้านจะหักรายได้ส่วนหนึ่งไปบริจาคกับองค์กรที่เลือกไว้ ไม่ว่าเราจะเลือกร้านไปจากเครื่องดื่มหรือจากองค์กรที่จะบริจาคให้ก็เป็นกิจกรรมที่น่ารักมาก ๆ  แต่ใครก็รู้ว่าปีนี้ไม่เหมือนปีไหน จากแคมเปญดื่มเพื่อโลก ทางแบรนด์ Campari ก็เลยหันกลับมาช่วยประคองพี่น้องในวงการกันก่อน เพราะการที่ร้านดื่มเปิดไม่ได้หมายถึงเหล่าสมาชิกในร้านที่ขาดรายได้ ผู้ประกอบการที่อาจมีแต่รายจ่าย ไปจนถึงร้านที่ต้องปิดหรือคนที่ต้องตกงาน เราไม่ผิดหวังเลยที่เห็นแบรนด์นี้ลุกขึ้นมาเล่นใหญ่อีกครั้ง โดยจัดแคมเปญหารายได้มาช่วยบาร์เทนเดอร์ที่ต้องว่างงาน ตื่นเต้นที่ใช้ความเป็น global (เราลองเข้า #shakennotbroken ในอินสตาแกรมแล้วก็เห็นพลังอันเหลือล้น) ทำแคมเปญนี้โดยให้แต่ละประเทศไปร่วมมือกับร้านในประเทศตัวเอง จัดงานในแบบตัวเองที่ยังคงอยู่ในตีมหลัก ขอตบมือให้กับทีมการตลาดของแบรนด์สักหน่อย สำหรับในไทย ที่สถานการณ์ดูน่าเป็นห่วงกว่าหลายประเทศ เขาก็ร่วมกับ 1919 ที่เป็นร้านหลักของแบรนด์ กับบาร์เทนเดอร์มือรางวัลที่เป็นที่รู้จักอย่าง ปาล์ม-ศุภวิชญ์ มุททารัตน์ มะขาม-ธรรมาริน คูเปอร์ และ Davide Sambo รับบริจาคในรูปแบบการขายเสื้อ ชุดโคลด์คัตพร้อมเครื่องดื่ม และชุดทำเครื่องดื่มเองที่บ้าน เลือกได้ว่าชอบพอรูปแบบไหน

Read More