HomePosts Tagged "bangkok" (Page 5)

bangkok Tag

เคยจิบเนโกรนีที่ละลายแล้วแต่ยังอร่อยอยู่ไหม? คลาสสิกเนโกรนีแก้วนี้ที่ 1919 ทำให้เราต้องหันไปถาม เบล-ภารดี เฮดบาร์เทนเดอร์ของร้านว่า อะไรทำให้เนโกรนีบางแก้วอร่อยกว่าแก้วอื่น ทั้ง ๆ ที่เป็นค็อกเทลคลาสสิกสูตร 1:1:1 ที่ดูไม่ซับซ้อนอะไร “นอกจากเหล้าที่เลือกใช้ที่มีผลมาก ๆ แล้ว ข้อสำคัญในการทำเนโกรนีคือการคน เพราะว่าส่วนผสมจะเข้ากันแค่ไหน น้ำแข็งละลายเท่าไร อยู่ที่การคน ซึ่งเป็นขั้นตอนการชงขั้นตอนเดียวของค็อกเทลนี้” อันนี้เรียกว่าเสน่ห์ปลายบาร์สปูนก็คงไม่ผิด นี่แค่เนโกรนีตัวคลาสสิกเราก็ยังตื่นเต้นขนาดนี้ แล้วลองนึกดูว่าในเมนูก็ยังมีทวิสต์อีกหลายตัวให้เลือก ทั้งตัวที่ปาล์ม-ศุภวิชญ์ มุททารัตน์ หัวเรือใหญ่ฝั่งเครื่องดื่มของ Foodie Collection กลุ่มร้านอาหารเจ้าของร้านนี้ (รวมถึง Vesper, Il Fumo, La Dotta) นำไปแข่งในรายการ Campari Bartender Competition ที่เขาได้แชมป์ภูมิภาคมา ไปจนถึงตัวที่เอจในถังไม้ ใส่ทรัฟเฟิล และกระทั่งตัวดื่มง่ายสำหรับคนที่ยังไม่อิน ถ้าถามว่า 1919 เขาจริงจังเรื่องเนโกรนีขนาดไหน ก็บอกเลยว่าชื่อ 1919 มาจากปีที่มีเนโกรนีแก้วแรกเกิดขึ้น ผ่านมา 100 ปีพอดี และนอกจากจะเป็นบาร์ที่เน้นค็อกเทลคลาสสิกตัวนี้ ที่นี่ยังเป็นบาร์หลักของ Campari หนึ่งในส่วนผสมหลักของเนโกรนีอีก นอกจากเนโกรนีแล้วยังมีค็อกเทลตัวอื่นที่นำกลิ่นอายอิตาลีมาทวิสต์ ตัวที่ถูกใจเรามากคือ

Read More

มะม่วงปลาร้าโหน่ง กะเพราแห้ง และเอาะไข่ใส่ปลาร้าคืออร่อยเหาะ- พอได้ยินว่า เผ็ด เผ็ด ร้าน #อาหารอีสาน สุดเผ็ชในย่าน #อารีย์ เปิดสาขาใหม่แถวฝั่งธนฯ ที่แหล่งกินยอดฮิตอย่าง #ตลาดคลองลัดมะยม เราก็ใส่เข้าในลิสต์สิ่งต้องทำตอนปีใหม่แบบไม่ต้องคิดเยอะ (ไม่ใช่เรื่องเตรียมเช็คอินยิมไหนหรอกเราน่ะ) เพราะที่นี่ไม่ได้ขายเมนูเด็ดของเผ็ด เผ็ด อย่างเดียว แต่ ต้อม-ณัฐพงศ์ แซ่หู เชฟผู้เป็นคนต้นคิดเมนูจากบ้านเกิดนครพนม ได้หยิบความเป็นคลองมาเชื่อมโยงกับความเป็นท้องนาของภาคอีสาน พร้อมใส่ความทรงจำอาหารในวัยเด็กที่เคยกินเมื่อครั้งยังใช้ชีวิตย่ำในท้องนา จนออกมาเป็นจานชื่อแปลกหูจากวัตถุดิบง่ายๆ แต่อร่อยลืมเผ็ดไปเลยจา เอาจริงๆ เราก็คิดเมนูที่อยากกินจากบ้านมาระดับหนึ่ง แต่พอเจอเมนูเล่มจริงที่ร้านก็ทำเอาเมนูในหัวกระเจิดกระเจิงไปหมด เพราะไม่ว่าจะเห็นจานไหนก็น้ำลายสอไปหมด พอรวบรวมสติได้ก็ถามน้องที่ร้านที่แนะนำมาหลากไอเดีย ซึ่งแน่นอนเราก็แอบเอาแต่ใจมาหลายจานเหมือนกัน เอาแต่ใจสุดเห็นจะเป็นข้าวคั่ว #กากหมู (120 บาท) ที่ผัดมาแบบง่าย ๆ แต่ตักเพลินเกินอร่อยลืมข้าวเหนียวข้าวจี่ไปเลยเด้อ แน่นอนว่าแซ่บสุดบนโต๊ะคือ #ตำมะม่วง ปลาร้าโหน่ง (120 บาท) มาพร้อมน้ำ #ปลาร้าโหน่ง สุดนัวเข้ากับความเปรี้ยวของมะม่วงเคี้ยวสนุกแข่งความกรุบของปลากรอบที่โรยมาในจาน ส่วนตำข้าวปุ้น (80 บาท) และตำปลาร้ากุ้งสด (160 บาท) ที่โรยเม็ดกระถินมาท่วมจานก็ทำต่อมน้ำลายเหนื่อยมาก น้ำลายพุ่งไม่หยุด แถมกุ้งก็สดเด้งสู้ฟันสุดอะไรสุด มุดมาจานชื่อไม่คุ้นหูอย่างเอาะไข่ใส่ #ปลาร้า (130 บาท) ที่เราตัดสินใจลองเพราะอยากรู้รสชาติซึ่งก็ไม่ผิดหวัง เอาะไข่ปรุงร้อนมาในกระทะหูจับแบบอบวุ้นเส้นที่เปิดมาพร้อมกับควันฉุย ส่วนความอร่อยทำเอาเรามองว่านี่เป็นมิติใหม่ของการกินไข่ตุ๋นชัด ๆ

Read More

ใครเป็นแฟนร้านขนมปัง Flour Flour อยู่แล้วอย่าพลาด เพราะสาขานี้มีไส้โดนัทให้เลือกมากกว่าเดิม!-หากคุ้นเคยกับซีนคาเฟ่ในเชียงใหม่อยู่บ้าง คุณต้องเคยได้ยินชื่อร้านขนมปังยีสต์ธรรมชาติอย่าง Flour Flour มาบ้างล่ะ ตั้งแต่สาขาแรกในนิมมานฯ ที่สวยทั้งร้าน อร่อยทั้งขนมปัง และเมนูคาวหวานต่าง ๆ จนขยับขยายมีร้านสาขาที่สอง พร้อมขนมให้เลือกเยอะขึ้น รวมถึงโดนัทที่เราได้ยินหลายคนพูดถึง คราวนี้นักอบขนมปังแห่งเมืองเชียงใหม่อย่าง ดนตรี ศิริบรรจงศักดิ์ ตัดสินใจพาลูกคนที่สามเข้ากรุง โดยเลือกหยิบเฉพาะโดนัทมาเป็นพระเอกของร้าน Cream ที่แม้จะมีพื้นที่หน้าร้านแค่สำหรับซื้อกลับบ้าน เขาก็ยังไม่พลาดตกแต่งซะน่ารักน่าหยิกให้แฟน ๆ ของร้านไม่ผิดหวัง จุดเด่นของโดนัทที่นี่คือโพรงอากาศในเนื้อโดนัท และเนื้อสัมผัสนุ่มเหนียวแบบขนมปังที่ดี ซึ่งมาจากการหมักด้วยยีสต์ธรรมชาติ แบบเดียวกับขนมปังที่ Flour Flour นั่นเอง ใครอยากเข้าถึงความดีงามของแป้งแบบเน้น ๆ เราแนะให้ลองกัดโดนัทรส cinnamon sugar โดนัทไร้ไส้ ที่คลุกมากับน้ำตาลซินนามอน (49 บาท) ส่วนแบบมีไส้ (69 บาท) เราชิมแล้วรู้สึกได้ถึงความละมุน หวานแบบเบา ๆ หอมกลิ่นวัตถุดิบและได้รสชาติของวัตถุดิบชัดเจน

Read More

ไม่ใช่แค่แป้งพิซซาที่หมักข้ามคืนจนฟู เบา จนเรากินได้เรื่อยๆ แบบไม่ต้องทิ้งขอบ หน้าพิซซาก็ทำจากวัตถุดิบอิตาเลียนแท้ และยังมีอาหารอร่อยจานอื่นอีกเพียบ รวมทั้งของหวานที่เราอยากให้ทุกคนได้ลอง-สำหรับพิซซาสไตล์นาโปลี (Neapolitan pizza) ที่มีจุดเด่นเรื่องแป้งผ่านการหมักกับยีสต์ให้ขึ้นฟู จนมีความเบา ย่อยง่าย และรสชาติกลมกล่อมเป็นเอกลักษณ์ เราว่า ​Pizza Massilia มีดีกรีไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าร้านไหนในกรุงเทพฯ หุ้นส่วนร้านอย่างเชฟ Luca Appino เคยบอกกับเราเองว่านอกจากสูตรที่ปรับปรุงจากพิซซานาโปลีแท้แล้ว วัตถุดิบต่าง ๆ ตั้งแต่แป้ง ไปจนถึงชีส แฮม มะเขือเทศที่อยู่บนหน้า ก็ล้วนนำเข้ามาจากอิตาลีทั้งสิ้น นอกจากพิซซาแล้ว ซุป พาสต้า สลัด สเต็ก ก็ยังอร่อยไม่แพ้กัน ทำให้พอ BK Magazine จัด BK Restaurant Week 2019 แล้วเรากำลังอยากกินพิซซา ก็เลือกกดร้านนี้ไปเลยแบบไม่ต้องคิดมาก ได้มาเป็นเซ็ตอาหารสามคอร์สในราคา 1,000++ บาท ถูกกว่ามาสั่งกินเองประมาณยี่สิบเปอร์เซนต์ได้

Read More

จิบค็อกเทลฉบับนักทดลอง ของคู่บาร์เทนเดอร์และยอดฝีมือจากหลายวงการ ทั้งหมึกปากกาจากวิสกี้ ที่รองแก้วที่มีกลิ่น-ลายเฉพาะตัว และเหงือกปลาเก๋าตุ๋น งานนี้มีทั้งศิลปิน นักวาดภาพประกอบ นักเขียน ไปจนถึงนักตกปลา ที่รับรองว่าความคิดสร้างสรรค์ไม่มีใครยอมใคร! จากภาพจำที่เรามี วิสกี้เป็นเครื่องดื่มที่สุขุม นุ่มลึก มีมาดนิด ๆ และก็ออกจะโบราณหน่อย ๆ แต่พอได้รู้เกี่ยวกับการแข่งขันของ Glenfiddich แบรนด์วิสกี้เก่าแก่จากสก็อตแลนด์ เราก็นึกชื่นชมที่เขาคิดฉีกภาพเก่า ๆ เหล่านี้ไปด้วยอะไรที่ต่างออกไปแบบสุดขั้ว World's Most Experimental Bartender 2019 เป็นการแข่งขันค็อกเทลที่ชวนบาร์เทนเดอร์ให้จับคู่กับคนเก่งในสายอื่น เพื่อทดลองทำสิ่งใหม่ ๆ โดยชื่อการแข่งขันก็บอกว่าเฟ้นหาคนที่พร้อมจะทดลองไปให้สุดที่สุด มันก็เลยตื่นเต้นตรงนี้ รอบชิงของการแข่งขันรอบประเทศไทยครั้งนี้ มีเดิมพันคือคู่ที่ชนะจะได้บินไปแข่งที่สกอตแลนด์ ในการแข่งระดับโลก เรามาดูกันว่า 4 ทีมที่เข้ารอบสุดท้ายเขาทำอะไรมาแข่งกันบ้าง #DeepSeaต้น-พงศ์ภัค สุทธิพงศ์ กับ ตั้ม-ณฐกร แจ้งเร็ว เป็นคู่แรกที่เราเจอว่าจับคู่กันก็อ้าปากค้าง เพราะนอกจากทั้งคู่จะเป็นเจ้าของร้านอาหาร (ต้นเป็นเจ้าของร้านอาหารอิตาเลียน Sorrento Sathorn ส่วนตั้มเป็นเจ้าของร้าน Vapor และ Kaijin 海神 ไคจิน) ก็ยังมีดีกรีระดับแชมป์บาร์เทนเดอร์รายการเวิลด์คลาสกันมาทั้งคู่ แต่ครั้งนี้ ตั้มมาในฐานะนักตกปลา ที่พาปลาเก๋าตกเองตัวยักษ์มาจับคู่กับค็อกเทลของต้นที่จัดหนักถึงสามตัว

Read More

พอพี่ ๆ Eattaku เจ้าของพ็อกเก็ตบุ๊ก Tokyo Cafe Guide บอกเราว่า Kurasuร้านกาแฟจากเกียวโตจะมาเปิดในกรุงเทพฯ (มาแบบเงียบ ๆ แต่มาเร็วแซงเจ้าใหญ่อย่าง % Arabica ที่ยังต้องรออีกหลายเดือน) เราก็เลยยกมือขอตามไปด้วยตั้งแต่เช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา วันเปิดร้านวันแรกเลย! นอกจากกาแฟที่มีทั้งเมล็ดเบลนด์ของร้าน และซิงเกิลออริจิน (เอสเพรสโซเริ่มที่ 100 บาท ส่วนดริปเริ่มที่ 120 บาท) ก็ยังมีสิ่งอื่น ๆ ที่ร้านทำดีจนเราประทับใจ ทั้งมัตฉะที่เลือกของ Morihan จากแหล่งมัตฉะอย่าง Uji ในเมืองเกียวโต และช็อกโกแลตที่เลือกใช้ของไทยจากแบรนด์ Shabar เราชิมช็อกโกแลตเย็น (130 บาท) ที่ออกกลิ่นหอมหวานอมเปรี้ยวของช็อกโกแลตชัด แต่รสเบาละมุนออกไปทางนมมากกว่า แถมขนมปังที่เสิร์ฟในร้าน แม้จะขายเป็นโทสต์กับถั่วแดงกวนและเนยแบบญี่ปุ่น ๆ (130 บาท) แต่ก็เลือกใช้ร้านขนมปังที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลกันอย่าง Salee Bakehouse แน่นอนว่าแค่ความใส่ใจในการเลือกวัตถุดิบเจ้าดี ๆ เจ้าโปรดของเราเหล่านี้ก็ได้ใจเราไปเลยตั้งแต่ยังไม่ชิมอะไรสักอย่าง ส่วนที่ไม่ใช่ของกินก็ยังมีเรื่องให้พูดถึง ตั้งแต่เมนูสองภาษาอังกฤษ-ญี่ปุ่น ที่วางเลย์เอาต์มาแบบเรียบ ๆ แต่มีสัญลักษณ์ช่วยให้ดูง่าย

Read More

[ร้านปิดแล้ว] ร้านน่ารักที่จับอาหารคุ้นเคยหลากวัฒนธรรมมาทำให้อร่อยและสนุก ใครชอบกิน bao อย่าพลาดเปาทอดกรอบชิ้นพอดีคำ มากับเนื้อเป็ดฉีกฉ่ำ ๆ ราดซอสพริกรสตัดกันนิด ๆ เราเรียกสิ่งนี้ว่า perfect combination!- จะว่าเราตามเชฟนิก-กฤษฏา จินตกานนท์ มาก็ไม่ผิดนัก เพราะเราได้ชิมฝีมือเชฟหนุ่มคนนี้มาตั้งแต่ร้าน Shuffle สมัยอยู่ที่ Rain Hill จนไปเปิดร้านใหม่ในชื่อ White Shuffle ที่ Central East Ville ก่อนพาย้ายกลับมาอยู่ Seen Space สักพัก และล่าสุดขยับซอยอีกหน่อยมาที่ร้าน San แต่ครั้งนี้เชฟนิกไม่ได้มาคนเดียว ยังมีเชฟแนน-สุภรา จินตกานนท์ และเชฟ Jacob Bowser มาเพิ่มมิติของรสชาติให้กับอาหารที่นี่ด้วย สเปซเล็ก ๆ ของร้านจัดไว้อย่างน่ารัก ตั้งแต่โซนติดกระจกด้านหน้าเปิดให้แสงธรรมชาติเข้ามาขับสีอาหารให้สวยเด้ง ก่อนจะถึงเคาน์เตอร์ครัวตัวยาวให้เรานั่งกินไปดูบรรดาเชฟทำอาหารไปได้พร้อมกัน แน่นอนว่าถ้ามาช่วงเช้า มุมโปรดเราคือฝั่งหน้าร้านเลย เพราะมีเชฟสามคน

Read More

เราเคยไป Kay’s ที่ซอยรางน้ำเมื่อสองสามปีมาแล้วตอนร้านเปิดใหม่ ๆ มารู้ข่าวอีกทีก็เห็นไปเปิดป๊อปอัพที่นิวยอร์กได้สักพัก กันความจี๊ดจ๊าดของแบรนด์ที่มีลูกเล่นมากขึ้น กับความจริงจังเรื่องเฟรนช์โทสต์ที่ไปไกลกว่าเดิม จนล่าสุดก็มาเปิดสาขาใน Open House เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ที่เราไปถึงแล้วตะลึงตั้งแต่ความเริ่ดของดอกไม้สีชมพูที่ทำให้ร้านเด่นสุดในชั้น นอกจากนี้ยังมีป้ายไฟติดไว้บนกระจกทำให้นอกจากหาง่ายแล้วยังเป็นมุมสวยเก๋ปังสุดในฟลอร์ไปเล้ย ส่วนอาหารแน่นอนว่ามาถึงก็ต้องสั่งเฟรนช์โทสต์แหละ แต่ช่วงนี้มีเมนูพิเศษ เป็น Truffle Hangover French Toasts (350 บาท) นึกภาพขนมปังบริยอชนุ่ม ๆ ชุ่มคัสตาร์ด กรอบนอกนุ่มในเนื้อเบา ออกหวานนิด ๆ มาปะทะกับความคาวของไข่คนนุ่ม ๆ โปะชีสละลาย ด้านในยังมีเห็ดกับผักร็อกเก็ต ปิดท้ายด้วยทรัฟเฟิลฝานสด ๆ อบอวลด้วยกลิ่นน้ำมันทรัฟเฟิลราดมาด้านบน จานนี้ใครเป็นสาย savory-sweet คือเข้าทาง บอกเลย อีกจานที่อยู่ในเมนูพิเศษเหมือนกันคือ Truffle Egg Benny (350 บาท) เอ้กเบเนดิกต์ที่เรียงชั้นจากขนมปังมัฟฟิน

Read More

ชวนทำความรู้จักกับ Dieter Rams ดีไซเนอร์สินค้าคอนซูเมอร์สายมินิมัลชาวเยอรมันที่พูดน้อยต่อยหนัก สร้างสินค้าที่ฉีกกฎความหรูเวิ่นเว้อด้วยดีไซน์เรียบง่ายจนประธานฝ่ายออกแบบของ Apple ยังยกให้เป็นไอดอล ใครที่ชอบงานออกแบบสไตล์มินิมัล ช่วงนี้เราอยากแนะนำ​โปรแกรมหนังดีๆ ว่าด้วยเรื่องดีไซน์อย่าง Rams สารคดีเรื่องราวชีวิต แนวคิด และการออกแบบของ Dieter Rams นักออกแบบผลิตภัณฑ์ชาวเยอรมันที่ฉีกกฎการดีไซน์ข้าวของเครื่องใช้ในบ้านซึ่งเคยถูกมองว่าเป็นเครื่องแสดงความหรูหราให้ตอบโจทย์เรื่องฟังก์ชั่นการใช้งานพร้อมรูปลักษณ์ที่เรียบง่าย พร้อมสโลแกน “Less but Better”  หนังเรื่องนี้เป็นผลงานกำกับของ Gary Hustwit ผู้กำกับที่ตัดสินใจขอระดมทุนในเว็บ Kickstarter เพื่อสร้างหนังสารคดีเรื่องนี้ ซึ่งเราก็ขอสารภาพว่าก่อนหน้านี้เราก็ไม่ได้รู้จักรามส์มากนัก แต่การได้ดูหนังทำให้เราค่อยๆ ทึ่งกับความเป็นตัวตนของดีไซเนอร์วัย 86 ปีรายนี้ที่ออกแบบรูปลักษณ์สินค้าดีไซน์ล้ำจากยุคที่เขาเริ่มต้นการทำงานเหลือเกิน  หลังรอดชีวิตจากสงครามโลกครั้งที่ 2 รามส์ก็เติบโตมาด้วยความฝันอยากเป็นสถาปนิกแต่มีโอกาสได้รับการทาบทามให้ลองมาเป็นนักออกแบบผลิตภัณฑ์สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านของ Bruan บริษัทผลิตเครื่องใช้ภายในบ้านที่ต่อมาสร้างชื่อเสียงในเรื่องการออกแบบ เพราะสองพี่น้องเจ้าของบริษัทจริงจังกับการออกแบบผลิตภัณฑ์จนถึงกับตั้งแผนกดีไซน์ และทำงานร่วมกับ Ulm School of Design ในเยอรมันเพื่อออกแบบสินค้าสไตล์โมเดิร์น เน้นการใช้งานและผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้าด้วยกัน พร้อมแต่งตั้งให้รามส์เป็นหัวหน้าฝ่ายออกแบบของ Bruan เราทึ่งกับวิสัยทัศน์ของรามส์ที่เลือกขบถกับแนวคิดเดิมๆ

Read More

ปลายเดือนมิถุนาวนมา เราก็ออก bar hopping ดื่มเนโกรนีอีกครั้ง ปีนี้พิเศษกว่าครั้งอื่น เพราะดริงก์คลาสสิกตัวนี้มีอายุครบ 100 ปีพอดี!- เผื่อใครยังไม่รู้จัก เราขอเกริ่นสักหน่อย ว่า Negroni เป็นหนึ่งในค็อกเทลคลาสสิก ที่มีต้นกำเนิดจากอิตาลี (เมื่อ 100 ปีที่แล้ว!) มีส่วนผสมแค่สามอย่าง คือจิน เวอร์มุธ และคัมปารี อย่างละส่วน ผสมใส่แก้วโอลด์แฟชัน แต่งด้วยผิวส้มหนึ่งสไลซ์ ส่วน Negroni Week เป็นอีเวนต์ที่แบรนด์ Campari หนึ่งในส่วนผสมหลักในเนโกรนีชวนบาร์ต่าง ๆ มา ร่วมกันทำเพื่อสังคม ด้วยการบริจาคเงินส่วนหนึ่งจากการเสิร์ฟเนโกรนีหรือค็อกเทลจากคัมปารีให้กับมูลนิธิหรือองค์กรการกุศลที่อยากสนับสนุน ครั้งนี้เราไปบาร์ฮอปปิงในทองหล่อมา 4 ร้านรวด โดยแต่ละร้านก็มีค็อกเทลพิเศษของตัวเอง นอกจากเนโกรนีแบบคลาสสิกด้วย เริ่มที่ Rabbit Hole แล้วข้ามไป Black Amber ขึ้นไปต่อที่ 008

Read More