Philtration หวานเป็นลมขมเป็นยาที่บาร์ลับใหม่ใต้ดิน

ไม่ได้ลับตามกระแส แต่ว่าอยู่สุดซอย ชั้นใต้ดิน​ และบรรยากาศดี!

ใครที่ไม่เคยไปซอยเกษมสันต์ 3 หรือเคยได้ยินชื่อร้านอาหารบ้านหมอมี อาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าบ้านที่เคยเป็นต้นกำหนดยาหมอมีในตำนานจะเปิดให้คนเข้าเยี่ยมชมโดยมีทั้งคาเฟ่ และร้านอาหาร รวมทั้งมินิมิวเซียมด้านหลัง แม้แต่คนที่เคยไปเยี่ยมชมบ้านหลังนี้มาแล้วอย่างเรายังไม่เคยรู้เลยว่าที่นี่มีชั้นใต้ดินอยู่ด้วย แถมตอนนี้ยังมีบาร์เปิดใหม่อยู่ข้างในอีกต่างหาก

พอเข้าไปได้ก็พบกับตัวบาร์ที่ทำเราร้องว้าวเบา ๆ กับความสวยแปลกตา ตัวร้านเป็นเหมือนห้องรับรองลับ สไตล์สปีกอีซี มีเก้าอี้หนังสีเขียวเข้มตั้งสง่าอยู่บนพื้นกระเบื้องสไตล์โบราณที่ริ้วรอยเหมือนผ่านกาลเวลามายาวนานพอ ๆ กับตำนานบ้านกว่าร้อยปี ด้านขวาเดินผ่านโค้งประตูโครงเหล็กเผยให้เห็นโซนหน้าบาร์ แต่หากเดินลึกเข้าไปด้านในก็มีโซฟายาวพร้อมพื้นหลังสีเขียวสดชื่นที่สามารถรับรองกลุ่มกว่าสิบคนแบ่งเป็นมุมส่วนตัวได้ ส่วนด้านซ้ายเป็นกำแพงและหน้าต่างที่มีคราบความเก่าเข้ากับเพดานไม้ที่ได้รับการขัดเงาดูแลเป็นอย่างดี

ดูก็รู้ว่าดีไซเนอร์ตั้งใจเก็บดีเทลทุกอย่างของห้องนี้ไว้แบบดั้งเดิมจริงๆ

นะ-ณชพล เกษมสุวรรณ ทายาทบ้านหมอมีและหนึ่งในหุ้นส่วนร้านเล่าให้ฟังว่า ห้องนี้เดิมเป็นห้องที่หมอมีใช้เป็นที่ปรุงสูตรยาต่างๆ โดยมีคลองแสนแสบด้านหลังเป็นเส้นทางหลักที่ใช้ในการขนส่งออกไปขาย รวมทั้งยาอุทัยหมอมีก็ได้รับการผสมขึ้นที่ห้องใต้ดินนี้ด้วย เลยนำมาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบบาร์ที่มีความเป็นร้านยาโบราณอยู่หน่อย ๆ ส่วนชื่อ Philtration ก็มาจากการคำว่า Philter ที่แปลว่า ยาเสน่ห์ ที่เอามาเล่นกับความเป็นมาของสถานที่ซึ่งเป็นบ้านของนักปรุงยาอย่างหมอมีนั่นเอง

ถึงจะเป็นบาร์เปิดใหม่ แต่คนหลังเคาน์เตอร์ก็คือคนคุ้นเคยในวงการบาร์อย่าง Shavinraj Gopinath ที่ใช้ชื่อในวงการว่า The Fairy Godfather ซึ่งมีประสบการณ์ทำคลับดังๆ ในสิงคโปร์อย่าง Ministry of Sound และ 1-Altitude รวมถึงบาร์เท่ ๆ ในกรุงเทพฯ อย่าง Iron Fairies และบาร์อื่นในเครือ ก่อนจะมาจับมือกับนะ เปลี่ยนโฉมอดีตห้องเก็บของมืดมิดใต้ถุนบ้านให้กลายเป็นบาร์ที่เราว่าสวยติดอันดับต้น ๆ ของกรุงเทพฯ เลย

มาถึงบ้านหมอมีทั้งที ค็อกเทลที่นี่ก็เลยชูจุดเด่นเรื่องความเป็นนักปรุงยา ส่วนผสมที่มีสรรพคุณเป็นยา ทั้งบรรดาสมุนไพรและเครื่องเทศต่าง ๆ รวมถึงสูตรยาที่เป็นผลิตภัณฑ์สร้างชื่อของแบรนด์หมอมีอย่างน้ำยาอุทัย ซึ่งเราว่าทำออกมาได้โดดเด่นมากอย่างแก้ว Moh Meetini (หมอมีตินี, 400 บาท) ที่จัดเต็มทั้งยี่หร่า เทียนข้าวเปลือก ตะไคร้ พริกไทยดำ บนเบสจินตามสไตล์มาร์ตินี ท็อปด้วยยาอุทัยแทนเวอร์มุธอีกที ให้สีแดงตัดกับความเขียวของใบมะกรูดที่วางแต่งแก้วอยู่ด้านบน ให้รสชาติเฝื่อน ๆ ยา ๆ ที่จิบแรกอาจงง ๆ ไม่คุ้น แต่จิบไปจิบมาอาจเป็นติดใจ

ส่วนแก้วดื่มง่ายที่เราติดใจคือ Beetz by Dr. Phil (380 บาท) ที่มีเบสเป็นแม่โขงผสมกับน้ำบีทรูท ผสมกับน้ำเชื่อมเบียร์ ซึ่งเป็นการนำเบียร์ช้างมาต้มให้แอลกอฮอล์ระเหยจนหมดก่อนผสมน้ำตาล รวมกันให้ความครีมมี่ หอมหวานกลมกล่อม หรือจะเป็นแนวเปรี้ยวหวานอย่าง Sam Kok (สามก๊กนั่นแหละ, 380 บาท) มีเบสเป็นรัมผสมกับชาดำ บรั่นดีแอปพริคอต และน้ำมะนาว ท็อปด้วยชมพู่ฝานให้กัดสลับกับจิบค็อกเทล

หลายครั้งเรารู้สึกว่าย่านสยามไม่ค่อยมีที่ดริงก์แบบโซนสาทรหรือสุขุมวิท แต่ตอนนี้ถ้านัดเจอกันแถวสยามแล้วอยากหาที่นั่งดื่มต่อแบบดริงก์ดี บรรยากาศไม่พลุกพล่าน ไม่ต้องเดินเข้าโรงแรม ก็มีที่โปรดที่ใหม่ให้มานั่งแล้ว

Philtration
ที่อยู่ บ้านหมอมี เลขที่ 2 สุดซอยเกษมสันต์ 3 BTS สนามกีฬาแห่งชาติ
เปิด อังคาร – อาทิตย์ 19:00-2:00 น. มีที่จอดรถ
แผนที่ https://goo.gl/maps/Wxc67Ho1sDfCnh1r6
https://www.facebook.com/Philtrationbkk

ติดตามอัพเดตใหม่ ๆ จากเราได้ใน Facebook: @spreadsbkk เลย

No comments

LEAVE A COMMENT