TP Tea ชาไข่มุกเจ้าแรกของไต้หวันเข้าไทยแล้ว
ชาที่หอมชัด รสชาติดี ไม่เฝื่อนฝาดแบบชาที่แช่ไว้นานเกินไป ไม่ว่าจะกินแบบชาใสหรือชานม แถมไข่มุกหนึบไม่แข็ง และรวม ๆ แล้วความหวานกำลังดี
ชาที่หอมชัด รสชาติดี ไม่เฝื่อนฝาดแบบชาที่แช่ไว้นานเกินไป ไม่ว่าจะกินแบบชาใสหรือชานม แถมไข่มุกหนึบไม่แข็ง และรวม ๆ แล้วความหวานกำลังดี
อาหารว่าอร่อยแล้ว เจอโดนัทฉบับเชฟอาร์นีเข้าไป สาวกแป้งทอดอย่างเราก็ละลายไปเลย! ตั้งแต่รู้ข่าวว่าเชฟ Arnie Marcella อดีตเชฟใหญ่ประจำร้าน Bunker ย้ายมาดูแลตึก 72 Courtyard แถมเข้ามาคุมร้านอาหารอิตาเลียนอย่าง Carbar ใจเราก็สั่น เพราะหนึ่งในมื้ออาหารอร่อยที่ติดตรึงใจเรามาหลายปีคืออาหารสไตล์อิตาเลียนมื้อพิเศษที่เชฟทำตอนยังคุมครัวร้าน Bunker ที่แม้จะผ่านมาหลายปี ความรู้สึกดีจากมื้อนั้นก็ยังอยู่ในใจเรา จำได้แม่นว่าเชฟเล่าถึงช่วงที่อยู่นิวยอร์กว่าอาหารอิตาลีนี่แหละที่เป็นคอมฟอร์ตฟู้ดของเขาและอาหารที่ Carbar ก็ speaks comfort food จริงดังว่า “ผมตั้งใจทำให้อาหารที่นี่กินง่าย สบายใจ ไม่แฟนซี และเหมาะกับพฤติกรรมของคนที่มาที่นี่ คือสมมติว่ามานั่งคุยกัน สั่งอาหารมากิน มีเครื่องดื่มจิบไปพลาง ๆ ไม่รีบร้อน อาหารที่เย็นแล้วบนโต๊ะก็ต้องยังกินอร่อยอยู่” แค่ฟังวิธีการคิดเราก็ดีใจแทน 72 Courtyard แล้วที่ได้อาร์นีมาร่วมงาน [gallery columns="2" size="large" ids="34106,34092"] อาหารที่ว่าก็มีตั้งแต่งมีตบอล (240 บาท) กุ้งในน้ำมันกระเทียมพริก (380 บาท) สลัดมะเขือเทศชีสบูราตา
One roast fits all - ที่นี่เขาใช้เมล็ดกาแฟเดียวกันทั้ง filter และ espresso เลย!
งานเทศกาลอาหารที่รวมเชฟระดับท็อปของเมืองไทยไว้มากที่สุดแล้วล่ะ หนึ่งในโซนที่เราชอบที่สุดเวลาไปงาน Wonderfruit คือโซน Wonderfeast ที่ไม่ได้เน้นดนตรีหรือศิลปะเหมือนโซนอื่น แต่เป็นการนำอาหารขึ้นมาเป็นตัวชูโรงเพื่อให้เข้าใจวัฒนธรรมอาหาร และความยั่งยืนผ่านวงจรใกล้ตัวเราอย่างอาหารการกินผ่านการปรุงของเหล่าเชฟแถวหน้าของไทย โดยหลังจากที่จัดดินเนอร์แบบ virtual ไปเมื่อต้นปีกับธีม Lockdown ในช่วงที่ทุกคนต้องกักตัวอยู่บ้าน Fruitfull เทศกาลอาหารโดยทีมงาน Wonderfruit ก็ได้ฤกษ์กลับมาจัดงานแบบเดิมอย่างที่ตั้งใจไว้คือเทศกาลอาหารที่ทุกคนมาเข้าร่วมได้โดยไม่จำเป็นต้องรอไปงาน Wonderfruit ดีตรงนี้! นอกจากไลน์อัพของเหล่าเชฟ (ที่อ่านชื่อแล้วก็เอาเงินเราไปเถอะ!) ความน่าตื่นเต้นของงานที่จะจัดขึ้นในวันที่ 6-8 พ.ย. อีกอย่างคือสถานที่จัดงาน เพราะ Fruitfull เลือกสถานที่จัดงานที่ทั้งขลังทั้งครึ้มและอยู่ใจกลางเมืองอย่าง พิพิธภัณฑ์บ้านจิม ทอมป์สัน ที่ภายในเต็มไปด้วยบ้านไม้ทรงไทยอายุนับร้อยปี และสวนที่เราชอบมาก เพราะทั้งร่มรื่นเต็มไปด้วยพันธุ์ไม้น้อยใหญ่ใจกลางกรุงเทพฯ แล้วภายในงานมีอะไรที่ทำให้เราไปบ้าง? งานทั้ง 3 วันแบ่งออกเป็นงานตลาดออร์แกนิก งานป็อปอัพร้านของเหล่าเชฟ และมื้ออาหาร chef’s table ที่มีทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำโดยเชฟที่ถ้าเราร่ายชื่อเชฟก็บอกได้เลยว่าเป็นงานที่รวมเหล่าร้านอาหารระดับท็อปของเอเชีย และของโลก รวมทั้งเป็นหนึ่งในงานที่รวมเชฟติดดาวมิชลินมากที่สุดในรอบปีเลยทีเดียว ไล่ตั้งแต่เชฟโบ-ดวงพร ทรงวิศวะ และ เชฟดีแลน โจนส์ แห่งร้าน Bo.lan (มิชลิน
เมนูของคาวที่เอาช็อกโกแลตจาก Pridi Cacaofevier มาเป็นส่วนประกอบ--ที่ไม่ใช่แค่ตัวประกอบ!
ฤดูกาล BK Restaurant Week วนกลับมาอีกปี ปีนี้เราเลือกมาลองร้านใหม่อย่าง Salvia ร้านอาหารอิตาเลียนน้องใหม่ในโรงแรม Grand Hyatt Erawan บอกตรงนี้เลยว่า นางให้ 4 คอร์สตามแบบฉบับมื้ออาหารของชาวอิตาลีเป๊ะ อิ่มและคุ้ม มานั่งที่โต๊ะได้ไม่นาน ร้านก็เอาใจเราไปเต็มสิบ ด้วยขนมปัง focaccia ที่เสิร์ฟมาอุ่น ๆ มีขอบกรอบบาง เนื้อในนุ่มเหนียว หอมและเค็มนิด ๆ ยิ่งพอมาเจอกับขวดน้ำมันมะกอกเซรามิกเพนต์ลายน่ารักบนโต๊ะ ร่วมด้วยน้ำส้มสายชูบัลซามิกอร่อย ๆ จาก Modena เรียกได้ว่าสำหรับสายคาร์บอย่างเราคือฟินมาก กลับบ้านตอนนี้ไม่เสียเที่ยวแล้ว และนั่นคือก่อนที่มื้อจริง ๆ จะเริ่มด้วยซ้ำ สำหรับเมนู BK Restaurant Week ในแต่ละคอร์สจะมีให้สองตัวเลือก (ราคา 1,000++ บาท) เราไปสองคนก็เลยได้ชิมครบทุกอย่าง [gallery columns="2" size="large"
ย่านนี้มีโอมากาเสะเสียที และข่าวดีคือเป็นทีม Fillets ที่ไว้ใจได้เสมอ! ถ้าอยู่ในแวดวง omakase เรามั่นใจว่าต้องเคยได้ยินชื่อร้าน Fillets อยู่แล้ว เพราะเปิดขายโอมากาเสะมาหลายปี และมีคนการันตีความอร่อยมากมาย ตอนนี้ข่าวดีเป็นของชาวเจริญกรุง เพราะเชฟแรนดี้-ชัยชัช นพประภา ย้ายเคาน์เตอร์โอมากาเสะมาที่บนชั้นสองของร้านสำรับสำหรับไทยแล้ว [gallery size="large" ids="12162,12173,12178"] สำหรับเรา คุณค่าของการกินโอมากาเสะ ไม่ใช่แค่การได้เอาซูชิปั้นใหม่เข้าปากได้ในเวลาที่ออกจากมือเชฟมาไม่ถึงหนึ่งนาทีเท่านั้น (ถึงแม้นั่นจะเป็นพาร์ทที่ฟินที่สุด) แต่อีกส่วนสำคัญไม่แพ้กันคือประสบการณ์นั่งดูเชฟทำ นั่งฟังเชฟอธิบาย ถามคำถามที่สงสัย อัพเดทและเรียนรู้เรื่องใหม่ ๆ ไปพร้อมกับการ appreciate อาหารตรงหน้าได้ดีกว่าเดิม และการที่เรามีเชฟแรนดี้ คุยให้ฟัง และตอบคำถามอยู่ตรงหน้า สำหรับคนไม่รู้ภาษาญี่ปุ่นอย่างเรา สบายกว่าพยายามคุยกับเชฟญี่ปุ่นหลายคนเป็นไหน ๆ ทั้งยังสนุกด้วยความเป็นคนอารมณ์ดีของเชฟ และการที่เขามีประสบการณ์มากพอจะตอบคำถามเราเรื่องเกี่ยวกับวัตถุดิบ แหล่งที่มา ฤดูกาล ไปจนถึงการปรุงได้ โอมากาเสะที่ Fillets ยังคงความจัดจ้านทางโครงสร้าง การเรียงลำดับรสชาติ สลับซูชิ ซาชิมิตามสไตล์ของตัวเอง แม้จะไม่ถึงกับหลุดความเป็นซูชิสไตล์เอโดะ แถมตอนนี้เชฟเลือกใช้เฉพาะปลาธรรมชาติที่ตกด้วยเบ็ด long
เริ่มจากน้ำแข็งไสสุดเจ๋งก่อนเลย ลูกหลานไหหลำอย่างเรา เห็นเจ้าน้ำแข็งไสแป้งปั้น ใส่ถั่วลิสงคั่วแบบรูปแรกนี้ก็นึกถึงโบ๊กเกี้ยขึ้นมาเป็นอย่างแรก ถึงจะใกล้เคียง แต่โบ๊กเกี้ยชามนี้ มากับเยลลี่กาแฟ และน้ำเชื่อมฟิกแห้งกับกานพลู นวล ๆ หอม ๆ ซับซ้อนกว่าที่เคยกินทั่วไปมาก แต่ก็ยังทำให้นึกถึง แยบยลอะไรขนาดนี้ [gallery columns="2" size="large" link="none" ids="12129,12135"] แต่ทีเด็ดคือน้ำแข็งไสอีกชาม ที่สดชื่นจากบรรดาผลไม้ฉ่ำน้ำอย่างส้มโอ แตงโม แตงกวา เพิ่มสัมผัสด้วยลูกชิดอ่อน ๆ กับพิสตาชิโอ รวมกันแล้วยกให้เป็นน้ำแข็งไสที่เท่สุดในชีวิตเลยก็ได้ ดีมากฉ่ำมาก และทำหน้าที่ดับกระหายในหลายเลเวลและมิติ แนะนำเลยถ้าใครไม่เกลียดแตงกวา ต้องโดน คอมบิเนชันน้ำแข็งไสมาเหนือขนาดนี้ เราก็อดถามไม่ได้ว่าเป็นมายังไง เลยได้ความว่าเป็นร้านน้องสาวของ Ku Bar นี่เอง แน่นอนว่าลิสต์เครื่องดื่มก็ไม่ธรรมดา เราโดนโทนิคทำเองจาก Ku Bar ท้อปโซดา บีบมะนาว หอม หวานอ่อน ๆ ขมแค่ปลาย ในเมนูยังมีชา
‘น้ำ’ ในมือเชฟพิม ต่างกับเดวิด ทอมป์สันไหม?เราตอบคำเดียวว่า ต่าง!-เพราะ Nahm เป็นร้านปั้นของเชฟ David Thompson—ที่เปิดมาเกินสิบปี (เปิดครั้งแรกที่ลอนดอน ปี 2001) ติดอันดับได้รางวัลมากมาย ทั้งเป็นร้านอาหารไทยร้านแรก ๆ ที่ได้ดาวมิชลิน (ได้ดาวในไกด์ลอนดอน แล้วพอกรุงเทพฯ มีไกด์ก็ได้ดาวอีก) มีชื่อประดับทั้ง World’s 50 Best Restaurants แล้วก็ยังเคยเป็นที่ 1 ของ Asia’s 50 Best Restaurants ด้วย—ถ้าเราไม่พูดถึง ‘น้ำ’ ในแบบของเดวิด ก็คงจะเขิน ๆ หน่อย ในฐานะที่เคยได้ชิมฝีมือเชฟ ร้านน้ำสมัยเชฟเดวิด-เชฟปริญญ์ (ผลสุข, อดีตหัวหน้าเชฟร้านน้ำ) ในความทรงจำเราคือ อาหารรสจัดจ้าน ไม่ประนีประนอม จะเผ็ด
ตั้งแต่เริ่มโชว์ด้วย jalapeño cheddar biscuit อุ่น ๆ กราฟอารมณ์เราในมื้อนี้ก็พุ่งไปแบบไม่ตกเลย! - ถึงเราจะชอบการกินเทสติ้งเมนู ด้วยความตื่นเต้นกับสิ่งที่เชฟจะนำเสนอ แถมไม่ต้องคิดวุ่นวายกลัวจะพลาดจานอร่อยในเมนู แต่เราก็ชอบมาก ๆ เวลาที่เชฟที่ทำร้านระดับไฟน์ไดนิง เลือกเปิดร้านอาหารแบบสั่งได้จากเมนู เพราะมันหมายความว่าถ้าเราชอบ เราจะมาได้บ่อยขึ้น ทั้งเพราะว่าเราจะได้กินอาหารฝีมือระดับนั้นราคาที่ไม่แรงเท่าการกินเทสติ้ง และเพราะว่าเราเลือกได้ว่าจะกินแค่ไหนในมื้อนั้น แถมมาคราวหน้ามันก็จะยังมีสิ่งให้เราลองอีก [gallery columns="2" size="large" ids="12066,12071,12086,12081"] ที่พูดมาทั้งหมดจะบอกว่าดีใจที่เชฟ Dan Bark เปิด Caper ขึ้นมาขนาบข้างกับ Cadence - เรียกได้ว่าอยู่ใต้ชายคาเดียวกันเลยก็ไม่ผิด ต่างกันที่ Cadence เสิร์ฟ tasting menu ส่วน Caper เป็นอะลาคาร์ต เชฟแดนทำอาหาร New American มาตั้งแต่ร้านแรกที่มาเปิดที่ไทย (Upstairs at Mikkeller ร้านหนึ่งดาวมิชลินที่ปิดลงไปเพื่อเปิดร้านนี้) ซึ่งเขาพกประสบการณ์จากอดีตร้านสามดาวอย่าง