HomePosts Tagged "cafe hopping"

cafe hopping Tag

คาเฟ่-ร้านอาหารสีสันสดใส ดีไซน์สวย ที่มากินได้ทั้งบรันช์ พิซซา พาสตา ไปจนถึงของหนักและขนมหวาน มีทั้งชา กาแฟ น้ำผลไม้ แถมยังเปิดเช้าจรดดึกอีกด้วย!

Read More

ด้วยคาแรกเตอร์ความสดใส มีพลังบวก มองโลกในแง่ดี รวมกับสีเหลืองอันเป็นเอกลักษณ์และผองเพื่อนในการ์ตูนเรื่องเดียวกัน บวกกับรสนิยมการแต่งร้านที่เรียบง่ายแต่ฟังก์ชัน และการจัดบรรยากาศของร้านที่คุมโทนอบอุ่น ใช้ไม้สีอ่อนเป็นหลัก มีตุ๊กตาน้องมะม่วงและภาพจากการ์ตูนอยู่ในร้านอย่างพอเหมาะพอดี (รวมถึงของน่ารักกุ๊กกิ๊กที่ซื้อกลับบ้านได้อีก) ไหนจะมุมปูเสื่อญี่ปุ่น เจาะช่องเป็นหน้าต่างบานยาว ให้ขึ้นไปนั่งสบาย ๆ ดูวิวเมืองเก่าอีก กลายเป็นคาเฟ่สุดชิลที่ถ้าคนไม่เยอะแล้วเราก็จะอยากไปหย่อนใจบ่อย ๆ เลย

Read More

เข้าเมืองแล้ว! Nana Coffee Roasters Ari ชิมกาแฟดีของแชมป์ไซฟอน ไม่ต้องนั่งรถไปถึงเลียบด่วน หรือราชพฤกษ์อีกต่อไป! เรื่องร้านสวยคงไม่มีข้อสงสัยสำหรับบ้านนี้ เพราะสาขานี้ได้ Party Space Design ออกแบบเหมือนเดิม โดยมาในสไตล์อบอุ่นเหมือนมานั่งกินกาแฟบ้านเพื่อน ซึ่งเราว่าอิงกับความเป็นย่านที่อยู่อาศัยของอารีย์ และเข้ากันดีมาก โครงสร้างบ้านปูนพร้อมอิฐแดงภายนอกตัดกับทางเข้าที่เป็นกำแพงหินอ่อนสีขาวตกแต่งภายในด้วยไม้เบิร์ชโทนสว่างกับกำแพงหิน เติมลุคความเป็นบ้านด้วยเก้าอี้ไม้แนวสแกนดิเนเวียนและโซฟาบุผ้าสีครีม โคมไฟที่ตีเป็นเส้นทอดยาวจากชั้นล่างไปถึงชั้นสอง เผยให้เห็นเพดานของบ้านเก่าสไตล์ mid-century อายุ 50 ปีหลังนี้ [gallery columns="2" size="large" link="file" ids="34442,34444,34450,34459,34449,34446"] แม้เคาน์เตอร์กาแฟจะไม่ใหญ่โตอลังการเท่าสาขา Hunter แต่กาแฟที่นี่ก็ยังคงเชื่อใจได้เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือเมนูใหม่อย่าง Ari Soi 4 ที่เป็นกาแฟผสมน้ำมะพร้าวเผา ท็อปด้วยโฟมนม รสชาตินุ่มหอมน้ำมะพร้าว ส่วนขนมก็มีเมนูใหม่อย่าง Banana Darkness เค้กช็อกโกแลตเข้มข้นเนื้อสัมผัสคล้ายบราวนี่ กินคู่กับกล้วยเคลือบน้ำตาลไหม้และซอสคาราเมล แถมยังมี Ari blend ที่มาจากเมล็ดกาแฟ

Read More

สำหรับร้านกาแฟที่เพิ่งเปิด นอกจากคนจะเริ่มแน่นแล้ว อีกสิ่งที่เราสัมผัสได้เมื่อมาเยือน Nana Hunter สาขาใหม่ล่าสุดในเครือร้านกาแฟ-โรงคั่ว NANA Coffee Roaster ก็คือ theme ที่แน่นมาก แสดงออกมาชัดจนเราไม่ต้องสะกิดใครมาถามเลย ถ้าไม่นับรวมชื่อร้าน เราก็ยังไล่ได้ตั้งแต่ลูกโลกยักษ์ที่ห้อยอยู่บนเคาน์เตอร์บาร์สี่เหลี่ยมกลางร้าน ไปจนถึงเมนูที่มีกาแฟให้เลือกกว่าสามสิบรายการ และถาดเสิร์ฟกาแฟที่สลักลายแผนที่ทวีปแหล่งปลูกกาแฟอย่างแอฟริกาและอเมริกาใต้ [gallery columns="2" size="large" ids="12012,12009"] อีกหนึ่งคอนเซปต์ที่ตีคู่ไปด้วยกันคือการแบ่งโปรไฟล์รสชาติกาแฟออกเป็น อดีต ปัจจุบัน อนาคต ให้เลือกได้ว่าชอบกาแฟโทนช็อกโกแลต ถั่ว คาราเมล (แทนกาแฟยุครุ่งเรืองในอดีต) โทนผลไม้ ดอกไม้ (กาแฟที่คนเริ่มดื่มกันในปัจจุบัน) หรือว่ากาแฟละเอียดซับซ้อนขึ้นไปอีก (อนาคต) ให้เลือกวิธีการชงได้ ตั้งแต่ดริปไปจนถึงไซฟอน ที่มีดีกรีแชมป์ไซฟอนเป็นจุดขาย วันที่เราไปแน็ต - กษมา กันบุญ แชมป์ปี 2018 ยืนบาร์ไซฟอนอยู่เองด้วย ส่วนราคาก็อยู่ในช่วง 200-600 บาท โดยตัวที่ราคาสูงสุดคือเมล็ดแชมป์ [gallery columns="2" size="large"

Read More

ข่าวดีสำหรับคนรักอโวคาโด เมื่อร้านน้องใหม่ล่าสุดในอารีย์คือคาเฟ่อโวคาโดสีเจ็บที่มีชื่อกวนชวนงงว่า Oh! Vacoda  ก่อนจะไปรู้จักร้านมากกว่านี้ เราขอกรี๊ดเจ้า Avoothie (อ่านว่า อะวู้ตตี้, 150 บาท) สมูตตี้อโวคาโดเข้มข้น ผสมน้ำมะนาว ที่ฟินคือความครีมมี่หนาข้นเพราะปั่นแบบไม่ใส่น้ำแข็งเลย ได้อโวแบบเต็ม ๆ บอกเลยว่าห้ามพลาด! โอ้วาโคด้า มาจากการผวนแล้วผวนอีกของ อะโวคาโด พระเอกของร้านนี้ เป็นผลงานสีพีชชิ้นล่าสุดของหุ้นส่วนจากร้าน Porcupine Cafe ในย่านเดียวกัน เพียงพลอย-รุจิยาทร โชคสิริวรรณ เจ้าของร้านในชุดกระโปรงลายดอกไม้สีเขียว-ขาว กับหมวกนิวส์บอย และรองเท้าหนังสีดำข้อสั้น เดินง่วนในร้านทำตั้งแต่ทักทายลูกค้า รับออร์เดอร์ ทำอาหาร เครื่องดื่ม เสิร์ฟ ไปจนถึงเก็บจานชามใช้แล้ว พร้อมกับบอม-วัชรพงษ์ ทองยาน เจ้าของร้านอีกคนซึ่งเป็นคนรักของเธอนั่นเอง “พวกเราเป็นหุ้นส่วนร้าน Porcupine กันอยู่แล้ว มีแพชชั่นเรื่องเครื่องดื่ม แล้วก็ชอบกินอะโวคาโดกันมาก ๆ เลยอยากเอามาทำเครื่องดื่ม โดยเริ่มจากการทำอะโวคาโดปั่น ซึ่งออกมาอร่อยมาก”

Read More

พอพี่ ๆ Eattaku เจ้าของพ็อกเก็ตบุ๊ก Tokyo Cafe Guide บอกเราว่า Kurasuร้านกาแฟจากเกียวโตจะมาเปิดในกรุงเทพฯ (มาแบบเงียบ ๆ แต่มาเร็วแซงเจ้าใหญ่อย่าง % Arabica ที่ยังต้องรออีกหลายเดือน) เราก็เลยยกมือขอตามไปด้วยตั้งแต่เช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา วันเปิดร้านวันแรกเลย! นอกจากกาแฟที่มีทั้งเมล็ดเบลนด์ของร้าน และซิงเกิลออริจิน (เอสเพรสโซเริ่มที่ 100 บาท ส่วนดริปเริ่มที่ 120 บาท) ก็ยังมีสิ่งอื่น ๆ ที่ร้านทำดีจนเราประทับใจ ทั้งมัตฉะที่เลือกของ Morihan จากแหล่งมัตฉะอย่าง Uji ในเมืองเกียวโต และช็อกโกแลตที่เลือกใช้ของไทยจากแบรนด์ Shabar เราชิมช็อกโกแลตเย็น (130 บาท) ที่ออกกลิ่นหอมหวานอมเปรี้ยวของช็อกโกแลตชัด แต่รสเบาละมุนออกไปทางนมมากกว่า แถมขนมปังที่เสิร์ฟในร้าน แม้จะขายเป็นโทสต์กับถั่วแดงกวนและเนยแบบญี่ปุ่น ๆ (130 บาท) แต่ก็เลือกใช้ร้านขนมปังที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลกันอย่าง Salee Bakehouse แน่นอนว่าแค่ความใส่ใจในการเลือกวัตถุดิบเจ้าดี ๆ เจ้าโปรดของเราเหล่านี้ก็ได้ใจเราไปเลยตั้งแต่ยังไม่ชิมอะไรสักอย่าง ส่วนที่ไม่ใช่ของกินก็ยังมีเรื่องให้พูดถึง ตั้งแต่เมนูสองภาษาอังกฤษ-ญี่ปุ่น ที่วางเลย์เอาต์มาแบบเรียบ ๆ แต่มีสัญลักษณ์ช่วยให้ดูง่าย

Read More