HomePosts Tagged "รีวิว"

รีวิว Tag

เปลี่ยนบาร์ค็อกเทลเป็นบาร์ไอศกรีมทั้งที นอกจากวานิลลาหอมรัม และช็อกโกแลตหอมวิสกี้ ซอร์เบต์ G&T ที่ QreAm ก็คืออย่าได้พลาด! ช่วงนี้เราเห็นชาวบาร์เทนเดอร์ถูกบังคับให้วางเชกเกอร์ชั่วคราว หันมาหยิบจับอย่างอื่นหลากหลายไปหมด และบึ้ก-อรรถพร เดอ-ซิลวา เฮดบาร์เทนเดอร์ที่ Q&A ก็หยิบเครื่องปั่นไอศกรีมกับสกูปเปอร์มาลงสนาม พร้อมกับเปลี่ยนบรรยากาศบาร์ตีมโบกี้รถไฟเป็นร้านไอศกรีมชั่วคราวในชื่อ QreAm ที่เหมือนบอกเป็นนัย ๆ ว่าร้านนี้ยังคงปรัชญาการสร้างสรรค์แบบ Q&A แม้จะนำเสนอในรูปแบบที่เปลี่ยนไป “เช่นเดียวกับค็อกเทลที่ Q&A ที่นี่เราก็ยังเริ่มจากการหยิบรสคลาสสิกมาทดลอง แล้วนำเสนอออกมาในเวอร์ชันของตัวเอง แต่ต่างกันตรงที่ เราพยายามจะไม่ทำไอศกรีมจากมุมมองบาร์เทนเดอร์อย่างเดียว เพราะอยากให้มันเข้าถึงคนได้ทุกคน กินง่าย เข้าใจง่าย แบบที่ไอศกรีมควรจะเป็น” รสคลาสสิกรสแรกที่เขาเลือกมายืนพื้นคือ วานิลลา ในรส OGV (original vanilla) ที่ใช้วานิลลามาดากัสการ์ และเติมรัมเข้าไปเพื่อขับกลิ่นและรสวานิลลาออกมาให้เด่นชัดขึ้น เนื้อไอศกรีมนมของที่นี่ทำจากเบสคัสตาร์ด (ผสมไข่แดง) เลยทำให้มีเนื้อสัมผัสที่หนักแน่นและนวลเนียน แบบที่เข้ากันกับบรรยากาศความเรโทรของตัวบาร์ ทั้งเคาน์เตอร์ไม้ เฟอร์นิเจอร์หนัง และแสงไฟสีเหลืองทอง แถมบาร์เทนเดอร์ยังสลัดสูทกับเนคไทมาใส่หมวกไหมพรมสีแดงกับเสื้อเชิ้ตขาว

Read More

'โจ๊กฮ่องกง' คือที่สุดความละมุนที่เราชอบ แต่ครั้นจะบินไปฮ่องกงบ่อย ๆ เพื่อไปกินโจ๊กก็เกินไปหน่อย โชคดีที่กรุงเทพฯ เรามีร้านโจ๊กฮ่องกงอยู่หลายร้าน เราเลยเอามารวมไว้ให้คอโจ๊กไปชิมกัน  สำหรับเรา โจ๊กฮ่องกงมีจุดเด่นที่ความข้น เนียน ต่างจากโจ๊กทั่วไปในบ้านเรา รวมกับความหอมที่เป็นเอกลักษณ์ และรสชาติที่ออกจะละมุน เบา ๆ กว่าโจ๊กไทยที่จะปรุงเค็มลงไปในตัวโจ๊กเยอะกว่า แค่คิดถึงความนุ่มเนียนของข้าวที่เคี่ยวจนฟู บาน ละลายลงไปผสานรวมเป็นหนึ่งเดียวกับน้ำต้มข้าวเราก็ท้องร้องโจ๊ก ๆ แล้ว และนี่คือพิกัดร้านที่เราคิดว่าจัดจ้านในย่านกรุงเทพฯ ประทังความอยากโจ๊กสไตล์ฮ่องกงได้โดยไม่ต้องเดินทางไกล ส่วนคอโจ๊กคนไหนมีร้านเด็ดที่เรายังไปไม่ถึง บอกต่อกันมาหน่อยนะ! (แล้วเราจะมาอัพเพิ่มเรื่อย ๆ ถ้าใครมีร้านโจ๊กฮ่องกงอร่อย ๆ อยากแนะนำ ส่งเมสเสจมาบอกเราได้เลย) Golden Bowl โจ๊กอันดับหนึ่งในใจเราของกรุงเทพฯ ที่ครองใจมาหลายปีแบบไม่เปลี่ยนแปลง ด้วยตัวโจ๊กที่ทั้งหอมข้าวแบบสุด ๆ ตีมาเนื้อเนียน ๆ ข้น ๆ รสชาติอ่อน ๆ ละมุน ตามสไตล์ฮ่องกง และถ้าใครชอบตับด้วยเราขอให้สั่ง เพราะตับที่นี่หั่นชิ้นหนาและลวกมาแบบกำลังสุกพอดี นุ่ม

Read More

เขาว่ากันว่าคนที่มีอะไรคล้ายกันจะดึงดูดกัน ในเคสนี้เราว่าจริงตามนั้น เพราะความจริงจังด้านพาสตาของลาดอตต้า (La Dotta) ดึงดูดหัวใจรักพาสตาของเรามายังร้านน้องสาวที่คลอดตามกันมาติดๆ อย่าง ลาดอตตา ลากราสซา (La Dotta La Grassa) ถึงจะได้ชื่อว่าเป็นน้องสาว แต่น้องคนนี้ไม่ธรรมดา เพราะนอกจากจะมีพื้นที่กว้างขวางกว่าแล้ว ยังมีความสวยแกลม น่ารักขี้เล่นขึ้นอีกหลายขุม ถ้าเป็นผู้หญิงก็คงเรียกได้ว่ามีความซับซ้อนน่าค้นหาคนหนึ่งเลยทีเดียว ไล่ตั้งแต่หน้าร้านโทนสีน้ำเงินสดตัดชมพูอ่อนด้านในร้าน แซมด้วยความแวววับของเครื่องประดับสีทอง กับการสะท้อนของกระจกและหน้าต่าง ก่อนจะประกาศความขี้เล่นก๋ากั่นออกมาอย่างไม่เหนียมอายด้วยไฟนีออนสีชมพูสด! มาตอนกลางวันได้ลุกใส ๆ แต่กลางคืนเธอก็จะแซ่บได้เหมือนกัน แน่นอนว่าเธอไม่ได้ดูสลับซับซ้อนขึ้นแต่เฉพาะภายนอกเท่านั้น แต่รวมถึงเมนูอาหารที่หลากหลายขึ้นมากจากร้านพี่สาว จนเรียกได้ว่าเป็นร้านอาหารอิตาเลียนเต็มรูปแบบที่ครอบคลุมอาหารทั้งมื้อเช้า กลางวัน เย็น ด้วยเวลาเปิดร้านที่ยาวตั้งแต่หกโมงครึ่งไปจนถึงห้าทุ่ม นี่ยังไม่รวมว่าถ้าไม่หิวเท่าไรแต่กระหายแอลกอฮอล์ขึ้นมาก็มานั่งดริงก์กันได้ทั้งไวน์และค็อกเทลด้วย แต่ทั้งหมดทั้งมวล ทีเด็ดของร้านยังอยู่ที่พาสตา โดยโลโก้ร้านนี้เป็นพาสตาคองคิเย (conchiglie) รูปเปลือกหอย ที่บอกใบ้เราเป็นนัย ๆ ถึงพาสตาทำเองของร้าน ซึ่งมีมากกว่าพาสตาสดทำมือของร้านลาดอตตา (ที่ใช้โลโก้เป็นรูปตอร์เตโลนี [tortelloni] พาสตาห่อไส้) โดยร้านใหม่ได้อิมพอร์ตเครื่องทำพาสตายี่ห้อ La Monferrina มาจากอิตาลี ที่เขาว่าเป็นระดับเฟอร์รารีของวงการเครื่องทำพาสตาโดยใช้แป้งที่เลือกมาพิเศษจากอิตาลี ฟังแค่นี้เราก็ตื่นเต้นแล้ว พอมาชิมจริง ๆ ยิ่งตื่นเต้นกว่า

Read More