The Old Man Pop-Up Bangkok ป๊อปอัพจากบาร์อันดับ 1 ของเอเชียที่โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ

มีบาร์ลับอยู่ในโอเรียนเต็ล! แถมยังเป็นป๊อปอัพจากบาร์อันดับ 1 ของเอเชีย ที่จะอยู่แค่สามเดือนเท่านั้น

ถึงจะเริ่มเข้าสู่ฤดูฝน และช่วงเดือนที่ไม่มีวันหยุดงาน เราก็ไม่ต้องหงอย จ๋อย ซึมกันอีกต่อไป เพราะโรงแรม Mandarin Oriental ชวนบาร์ระดับโลกที่ติดอันดับ 10 ใน The World’s 50 Best Bars ปีล่าสุด และเป็นที่ 1 ในอันดับ Asia’s 50 Best Bars ปีนี้ อย่าง The Old Man  แห่งเกาะฮ่องกงมาเปิดให้นักดื่มชื่นมื่นกันถึงกรุงเทพฯ

ด้วยความที่โรงแรมปิดปรับปรุงส่วนห้องพักอยู่ ทางเข้าที่นี่เลยไม่ธรรมดา เพราะต้องหาประตูข้างล็อบบีที่มีสัญลักษณ์ของร้าน เปิดเข้าไปผ่านทางเดินวกวนพอเป็นพิธี ได้อารมณ์ speakeasy เบา ๆ ก่อนจะถึงห้องที่มีเคาน์เตอร์บาร์รูปตัวไออยู่ตรงกลาง พร้อมภาพกราฟิกสไตล์ cubism รูปเฮมิงเวย์อันคุ้นตาที่ด้านหลัง เรียกได้ว่าถอดแบบมาจากบาร์ออริจินอลในฮ่องกงเลย แต่ข่าวดีคือที่นี่ใหญ่กว่าทั้งบาร์ที่ฮ่องกง และสาขาที่สิงคโปร์อีก

The Old Man เปิดตัวครั้งแรกในย่าน Soho ของฮ่องกงเมื่อปี 2017 (แล้วปี 2018 ก็ติด #10 ในลิสต์ World’s 50 Best Bars เลย เอาสิ!) โดยบาร์เทนเดอร์มือฉมังในวงการ 3 คนได้แก่ Agung Prabowo, James Tamang และ Roman Ghale โดยมี นักเขียนระดับตำนานของโลกผู้ชื่นชอบการร่ำสุราอย่าง Ernest Hemingway เป็นแรงบันดาลใจ ตั้งแต่ชื่อบาร์ที่มาจากหนังสือเรื่อง The Old Man and the Sea และเครื่องดื่มที่ได้รับแรงบันดาลใจจากหนังสือเล่มอื่นๆ ของนักเขียนรางวัลโนเบลผู้นี้ทั้งหมด โดยหลาย ๆ ดริงก์ยืมชื่อหนังสือมาเป็นชื่อเครื่องดื่มแบบเต็มยศพร้อมปีที่ตีพิมพ์กันเลยทีเดียว แต่ถึงจะมีชื่อว่าชายแก่ แต่ที่นี่เรื่องเทคนิคและเทคโนโลยีทางบาร์ไม่เป็นรองใคร ไม่เชื่อให้ดูส่วนผสมของแต่ละดริงก์ได้เลย

ลิสต์เครื่องดื่มที่ทางทีมนำมาเสิร์ฟที่นี่ล้วนเป็นซิกเนเจอร์เด็ดๆ ที่เรียกว่าเป็นอัลบั้มรวม Best of The Old Man ก็ได้ ไม่ว่าจะเป็น In Our Time #1924 (clarified banana ghee & celery, salted Don Julio blanco tequila, spiced banana skin tincture), The Sun Also Rises #1926 (copra fat-washed applejack, rotovap curry leaf tanqueray gin, sweet vermouth sous-vide pandan leaves, kaffir lime) หรือจะเป็นตัวแรกที่เราได้ลองอย่าง A Moveable Feast #1964 (rotovap sea Ketel One vodka, clear spiced cherry tomato, coconut, basil-tomato seeds & oyster leaf infused in cheesewax) ที่ทำให้เราอึ้งไปกับส่วนผสมที่ใช้ใบหอยนางรม

ใช่! ใบหอยนางรม และการใช้เทคนิคจากเครื่องกลั่น rotary evaporator ทำให้วอดกากลั่นออกมา ผสมน้ำมะเขือเทศ เป็น Bloody Mary เวอร์ชันใสหวานเจือเค็ม ซึ่งดริงก์นี้เราต้องกัดใบหอยนางรมเข้าไปก่อน ให้กลิ่นหอมที่เหมือนหอยนางรมของใบนี้อบอวลในปากแล้วค่อยจิบดริงก์ตามให้ได้กลิ่นทะเลชัดไปอีก

แค่ดริงก์แรกเราก็ตกหลุมรักบาร์นี้ไปแล้ว

ส่วนดริงก์อื่นที่เราได้ชิมก็ดีไม่แพ้กัน

The Snows of Kilimanjaro #1936 อีกดริงก์ที่มาจากหนังสือของเฮมิงเวย์ที่บาร์ The Old Man ใช้ marshmallow gin น้ำราสเบอร์รีหมักแลคโตผสมซิตรัสเล็กน้อยก่อนจะเขย่าออกมาเป็นดริงก์สีชมพูข้นท็อปด้วยชีส Gruyere ขูดที่พูนขึ้นมาเหมือนหิมะบนยอดเขาคิลิมันจาโร ยอดเขาที่สูงที่สุดในทวีปแอฟริกา เวลาจิบแล้วต้องเคี้ยวชิสเพิ่มความหอมมันไปด้วย

Death in the Afternoon #1932 ที่อิงกับตัวหนังสือซึ่งกล่าวถึงการสู้วัวกระทิงของสเปน ซึ่ง The Old Man ดีความออกมาเป็นดริงก์สีมินต์สวยที่ทำจากเหล้า Absinthe ผสม sparkling wine เขย่ากับโยเกิร์ตโกโก้ใบเตย โรยด้วยจันทน์เทศขูด ตัวนี้แม้ชื่อจะสื่อถึงความตาย แต่จิบแรกที่ได้ชิมก็รับรู้ได้ถึงความสดชื่นการตื่นตัวของคนและวัวกระทิงในการต่อสู้เพื่อชีวิตของตัวเอง

ใครชอบของแรงต้องสั่งตัวนี้เลย Little Wax Puppy ซึ่งต้นกำเนิดไม่ได้มาจากหนังสือของเฮมิงเวย์ แต่เป็นดริงก์ที่มีแรงบันดาลใจจากสุนัขตัวโปรดของเฮมิงเวย์ที่ชื่อว่า Wax Puppy ซึ่ง The Old Man ก็เอา wax หรือขี้ผึ้งมาเล่นด้วยการเคลือบในขวด Bulleit Bourbon ที่นำไป infuse กับน้ำผึ้งยูคาลิปตัส เพิ่มความเข้มด้วย bitters เข้าไป และทวิสต์เปลือกเลมอนกับส้มเพิ่มความสดชื่น

บอกไว้ก่อนเลยว่า ทีมผู้ก่อตั้งจะอยู่เสิร์ฟเป็นเวลา 2 สัปดาห์ก่อนจะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาดูและรวมตัวกันครั้งใหญ่อีกทีก่อนปีดร้านในปลายเดือนสิงหาคมนี้ เพราะงั้น รีบเลย!

The Old Man Pop-Up Bangkok
ที่อยู่ Lobby โรงแรม Mandarin Oriental Bangkok
เปิด จันทร์-พฤหัสบดี 19:00-02:00 น. ศุกร์-เสาร์ 19:00-3:00 น. ถึงวันที่ 31 ส.ค.นี้
โทร. 02-659-9000

No comments

Sorry, the comment form is closed at this time.