Siplor เป็นร้านแคชชวลไฟน์ไดนิ่งร้านใหม่ในเครือเดียวกับสามล้อ ร้านดังของเชฟโจ-ณพล จันทรเกตุ และเชฟซากิ โฮชิโนะ ผู้ปลุกปั้น 80/20 ก่อนขยับมาเป็นสามล้อ ที่หยิบเอาสตรีทฟู้ดมาเล่าใหม่จนติดลมบนติดไกด์บุคไปแล้ว
รอบนี้เชฟโจเลือกขยับมาเล่าเรื่องอาหารไทยแบบแหวกแนวที่เน้นการกินด้วยมือ อาหารหลายจานจึงมาเป็น bite-size หยิบกินหมดในคำเดียว
อ่ะ ฟังคอนเซปต์เหมือนจะง่าย แต่หลายจานคิดมาดีจนสามารถเป็นคอร์สไฟน์ไดนิ่งดี ๆ ได้เลยล่ะ
ถึงชื่อร้าน Siplor จะล้อไปกับคำว่า Sip ที่ชวนให้ดื่มไปด้วย แต่อาหารที่นี่เด่นไม่ไหว อร่อยแบบกลับบ้านแล้วยังคิดถึง ตัวเมนูแบ่งเป็น Appetizer กับ Sharing เราเปิดด้วย ปลาเงี่ยน (180 บาท / 3 คำ) ปลาดิบไทยกับเจลซีฟู้ดผสมดาชิ เพิ่มความสดชื่นด้วยด้วยน้ำมันผักชีลาวและแตงกวาดอง
จานติดมงของมื้อคือ ตับไก่ปิ้งบด (180 บาท / 2 คำ) เสิร์ฟในกรวยโคนที่กัดลงไปแล้วกลิ่นอบอวลทั้งตัวตับไก่สุดเนียน และจากหอมเจียวในวาฟเฟิล ส่วนเนื้อเค็ม (330 บาท) เนื้อไทยวากิวแดดเดียวหมักน้ำปลาสไลด์บาง ๆ ก็เสิร์ฟแบบสนุกๆ ให้เราม้วนกับข้าวจี่เองแล้วกัดจากไม้ กินคู่กับแจ่วมะขามข้าวคั่วรสเข้ม
ส่วน Sharing เราว่าขนาดเสิร์ฟน้อยไปหน่อยสำหรับการแบ่งกับเพื่อน แต่ต้องยอมรับว่าอร่อยและพรีเซนต์ดีทุกจาน ก๋วยเตี๋ยวเป็ด (990 บาท) เสิร์ฟคล้ายเป็ดปักกิ่ง มีแผ่นแป้งทำเองเป็นสแตนอินแทนบะหมี่ กินกับซอสก๋วยเตี๋ยวเข้มข้นและคะน้าฮ่องกงย่าง
จานเมี่ยงปลา (360 บาท) ความดีงามคือแจ่วที่เสิร์ฟมาด้วยกัน ส่วนปูจ๋า (390 บาท) เสิร์ฟในกระดองปูเพิ่มความแฟนซี ห่อหมกกุ้ง (330 บาท) ดูหน้าแล้วแทบดูไม่ออกว่าเป็นห่อหมก เชฟเสิร์ฟสไตล์ไข่ตุ๋นโรยกุ้งขาว เนยโหระพา และน้ำมันพริกแกงแดง หอมนวลมาก
ของหวานเราลองชูโรสมันสำปะหลังที่ทอดแล้วเนื้อสัมผัสดีมากแบบแทบไม่ต้องจิ้มกินกับสังขยาที่เสิร์ฟมาคู่กันก็ได้
เราว่าสิบล้อเป็นตัวแทนแคชชวลไฟน์ไดนิ่งที่ทำอาหารไทยสร้างสรรค์ได้ดี อร่อยแบบไม่แปลกลิ้น แต่ใครจะไปแบบหิว ขอให้ใจร่ม ๆ สั่งเครื่องดื่มมาจิบเคล้าอาหารไปเรื่อย เพราะร้านบรรยากาศดีน่านั่งเมาท์กับเพื่อน ๆ ตกแต่งสไตล์อินดัสเตรียลเข้ากับความดั้งเดิมของตึกที่เคยเป็นร้านขายเหล็ก
ร้านอยู่เวิ้งเดียวกับ Slow Butter ตั้งอยู่บนชั้น 2 มีที่จอดรถสบาย ๆ
@siplorbkk
เปิดพุธ–จันทร์
18:00–01:00 น.
ถนนมหาพฤฒาราม MRT หัวลำโพง













