Fruitfull: Lockdown – ประสบการณ์ Chef’s Table ออนไลน์จากครัวติดดาวมิชลินส่งถึงบ้าน

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าปรากฎการณ์โควิด-19 ทำให้เรามองโลกเปลี่ยนไปจากเดิม นอกจากการประชุมออนไลน์หลายครั้งในหนึ่งวันแล้ว (เปลี่ยนแบ็กกราวด์ก็หลายรอบ) โควิด-19 ยังทำให้เราได้มีโอกาสลองประสบการณ์ใหม่ๆ เร็วกว่าที่เราคาด

หนึ่งในนั้นคือการกิจกรรมกินอาหารเชฟเทเบิลแบบ Virtual โดยร้านระดับมิชลินทั้งไทยและต่างประเทศมาส่งให้กินถึงบ้าน!

เราแอบคิดเล็กๆ ว่าประสบการณ์แบบนี้วันใดวันหนึ่งมันจะมาถึง แต่การได้ลองในช่วงที่เรากำลังอยู่ท่ามกลางสถานการณ์จริงที่เราจำเป็นต้องอยู่บ้าน ยิ่งทำให้ประสบการณ์มันเรียลขึ้นไปอีก

ประสบการณ์ใหม่นี้เป็นของ Fruitfull โปรเจคอาหารที่เป็นสปินออฟของทีม Wonderfruit ซึ่งตอนแรกตั้งใจจะทำเป็นอีเวนท์อาหารและดนตรีช่วงหน้าร้อนให้เหล่าวันเดอเรอร์สายกินได้มาร่วมสนุกกันโดยไม่ทิ้งปรัชญาดั้งเดิมของ Wonderfruit คือความยั่งยืน แต่เพราะสถานการณ์ Covid-19 เลยทำให้ทางทีมเลยชวนเชฟจาก 5 ประเทศรวมทั้งประเทศไทย หันมาเสนอประสบการณ์อาหารในรูปแบบใหม่เป็นครั้งแรกภายใต้ชื่อ Lockdown (เข้ากับสถานการณ์สุด) 

ชื่อของทีมเชฟของไทยที่มาร่วมงานนี้ถือว่าเป็นเบอร์ใหญ่สายอาหารยั่งยืนทั้งนั้น และเคยร่วมทำ Wonder Feast เชฟเทเบิลที่งาน Wonderfruit อยู่เป็นประจำ เช่นเชฟโบ-ดวงพร ทรงวิศวะ และเชฟดีแลน โจนส์ แห่งร้าน Bo.lan หรือเชฟปริญญ์ ผลสุข จากร้านสำรับสำหรับไทย ส่วนที่ใหม่หน่อยเห็นจะเป็นเชฟการีมา อโรร่า แห่งร้าน Gaa 

ความเก๋ของอีเวนท์นี้คือมีโค-เชฟจากร้านมิชลินประเทศอื่นที่ยิงสัญญาณข้ามโลกมาเข้าร่วมไลฟ์สตรีมพร้อมเสนอเมนูอาหารสำหรับเสิร์ฟในอีเวนท์นี้ด้วย ไม่นับรวมการมีดีเจมาร่วมแจมเพิ่มความคึกคักให้กับมื้อ โดยในซีรีส์มีทั้งหมด 4 มื้อด้วยกัน ส่วนรายได้หลังหักค่าใข้จ่ายก็จะนำไปสมทบทุน Covid Relief ช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากโควิด-19 ด้วย

แล้วประสบการณ์นี้จะเป็นยังไง?

ขั้นตอนก็เริ่มด้วยการจองมื้อซึ่งเตรียมไว้พอสำหรับ 2 คนในเว็บไซต์ https://fruitfull.co จากนั้นก็จะได้รับมื้ออาหารมาส่งถึงบ้านและเริ่มต้นการไลฟ์สตรีมไปพร้อมกับการกินอาหาร และพูดคุยกับเชฟไปด้วย บอกไว้หน่อยว่าด้วยข้อจำกัดเรื่องการส่งอาหารจากครัวเชฟ ประสบการณ์นี้เลยได้แค่บ้านในกรุงเทพฯ เท่านั้นนะ

มื้อแรกของซีรีส์คือวันศุกร์ที่ 24 เม.ย.นี้ ประเดิมโดยร้าน Bo.lan ของเชฟโบ และเชฟดีแลนกับอาหารไทยแบบประยุกต์ 7 คอร์ส พร้อมด้วยดนตรีจากดีเจม Maft Sai แห่งค่ายสุดแรงม้า และวง Paradise Bangkok ราคา 3,000 บาท ส่วนมื้อที่สองในวันศุกร์ที่ 8 พ.ค.เป็นหน้าที่ของเชฟการีมา แท็กทีมกับเชฟ Jeremy Chan จากร้านอาหารแอฟริกัน Ikoyi ในกรุงลอนดอน​ ประเทศอังกฤษ และเชฟ Kristian Baumann จาก 108 ร้านอาหารในเครือ Noma ที่กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก มาร่วมคิดอาหารหลายจานเพื่อเสิร์ฟในมื้อนี้ เคล้าดนตรีสนุกๆ โดยดีเจ Nick Luscombe จาก BBC Radio ของอังกฤษด้วย ราคา 3,900 บาท Premium Menu 6,500 บาท

เชฟโบ และเชฟดีแลน แห่ง Bo.lan และดีเจ Maft Sai แห่งค่ายสุดแรงม้า

เชฟการีมา อโรร่า แห่งร้าน Gaa และดีเจ Nick Luscombe จาก BBC Radio ของอังกฤษ

เชฟ Kristian Baumann (ซ้าย) จากร้าน 108 ที่กรุงโคเปนเฮเกน เดนมาร์ก และเชฟ Jeremy Chan จากร้าน Ikoyi อาหารแอฟริกันมิชลินในกรุงลอนดอน อังกฤษ

อีกสองมื้อคือวันศุกร์ที่ 15 พ.ค. โดยเชฟ Yusuke Takeda แห่ง La Cime ร้านมิชลินสองดาวจากเมืองโอซาก้า​ประเทศญี่ปุ่นที่จะทำเซ็ตเบนโตะพิเศษสำหรับมื้อนี้ ส่วนเราแอบตื่นเต้นกับมื้อปิดท้ายในวันศุกร์ที่ 22 พ.ค. เพราะเป็นการรวมตัวของเชฟไทยและเกาหลี อย่างเชฟปริญญ์ ผลสุข แห่งสำรับสำหรับไทย และร้าน Hansikgonggan จากโซล เกาหลีใต้ ที่มีเชฟ Cho Hee-Sook ผู้ได้ฉายา Godmother แห่งอาหารเกาหลีดั้งเดิมแต่นำเสนอในรูปแบบโมเดิร์นขึ้น และเพิ่งได้รับตำแหน่ง Asia’s Best Female Chef ประจำปี 2020

เรียกว่าจับคู่เหมาะมาก เพราะสองเชฟต่างเป็นสายตำรับดั้งเดิมกับดั้งเดิมมาเจอกัน

เชฟ Yusuke Takeda แห่ง La Cime ร้านมิชลินสองดาวจากเมืองโอซาก้า​ ญี่ปุ่น

เชฟปริญญ์ ผลสุข และ มิ้น-ธัญญพร จารุกิตติคุณ นักจัดการด้านอาหารเพื่อความยั่งยืน จากสำรับสำหรับไทย และเชฟ Cho Hee-Sook จากร้าน Hansikgonggan ในกรุงโซล เกาหลีใต้ ผู้ได้ฉายา Godmother แห่งอาหารเกาหลีดั้งเดิม

 

ใครพร้อมอยากลองประสบการณ์แบบใหม่นี้ก็คลิกดูเมนู และจองผ่าน https://fruitfull.co ได้เลย

 

No comments

LEAVE A COMMENT